เมื่อวันที่ 7เม.ย.69 พล.ต.ต.เศรษฐสิริ นิพภยะ ผบก.รน.สั่งการ พ.ต.อ.เจษฎา ชุมพล ผกก.4 บก.รน.พ.ต.ท.เอกพันธ์ ช่วยเหมาะขนาด ส.รน.๑ กก.๔ บก.รน., ส.ต.อ.จรูญ ทันธิมา, ส.ต.อ.ไทยปัน ปานสอน, ส.ต.ต.จตุพนธิ์ ทองลาย, ส.ต.ต.ณัฐวัฒน์ ลินลา, ส.ต.ต.ณัฐพงศ์ สียางนอก, ส.ต.ต.ธนวัฒน์ แก่นท้าว ผบ.หมู่ ส.รน.1 กก.4 บก.รน.จับกุม นายวิชิต (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ 2 หมาย ดังนี้ ศาลจังหวัดอุบลราชธานี ที่ จ.408/2568 ข้อหา “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของตน” และศาลจังหวัดสุรินทร์ ที่ จ.709/2568 ข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน” โดยจับกุมได้บริเวณหน้าบ้านพักในพื้นที่ หมู่ 8 ตำบลเดิมบาง อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี

เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้เสียหายได้รับโทรศัพท์จากมิจฉาชีพที่ใช้หมายเลข 099-179-8725 โดยปลายสายทำเสียงคล้ายลูกชายของผู้เสียหายที่อาศัยอยู่จังหวัดลพบุรี อ้างว่า “ถูกจับกุมในคดียาเสพติด” และจำเป็นต้องใช้เงินเพื่อเคลียร์คดีกับเจ้าหน้าที่
จากนั้น มิจฉาชีพอีกรายที่อ้างตัวเป็นตำรวจได้เข้ามาพูดคุย เรียกรับเงินจำนวน 50,000 บาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัว ผู้เสียหายซึ่งอยู่ในอาการตกใจและเป็นห่วงอนาคตรับราชการของลูกชาย จึงหลงเชื่อและตกลงโอนเงินจำนวน 40,000 บาท เข้าบัญชีธนาคารออมสิน ชื่อบัญชี นายวิชิต วีระนนท์ ภายหลังเมื่อติดต่อสอบถามลูกชายตัวจริง จึงทราบว่าไม่ได้ถูกจับกุมและไม่เคยโทรศัพท์มาขอเงินแต่อย่างใด เมื่อผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอกลวง จึงเข้าแจ้งความผ่านระบบออนไลน์และร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี
“ทั้งที่ปกติเป็นคนระวังตัวมาก แต่ในวินาทีที่ความกังวลเรื่องอนาคตของลูกเข้ามาบังตา ทำให้ขาดสติและหลงเชื่อมิจฉาชีพอย่างง่ายดาย จนกลายเป็นบทเรียนราคาแพง” ผู้เสียหายกล่าว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ส.รน.1 กก.4 บก.รน. ได้ลงพื้นที่สืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ จนได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับว่า นายวิชิต ได้หลบหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี จึงนำกำลังลงพื้นที่ติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมเพิ่มเติม พบว่าผู้ต้องหายังมีหมายจับของศาลจังหวัดสุรินทร์ ในข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน” ติดตัวอยู่อีกหนึ่งคดี ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป