หน้าแรก COP’S Society ตร.เข้มสงกรานต์! สั่งลุย 5 ข้อหาหลัก หลังยอด ‘ไม่สวมหมวก-ขับเร็ว’ พุ่งทะลุหมื่นรายใน 2 วัน

ตร.เข้มสงกรานต์! สั่งลุย 5 ข้อหาหลัก หลังยอด ‘ไม่สวมหมวก-ขับเร็ว’ พุ่งทะลุหมื่นรายใน 2 วัน

0
ตร.เข้มสงกรานต์! สั่งลุย 5 ข้อหาหลัก หลังยอด ‘ไม่สวมหมวก-ขับเร็ว’ พุ่งทะลุหมื่นรายใน 2 วัน

เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์และการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศเข้าร่วมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

จากการสรุปผลการปฏิบัติงานในช่วง 2 วันแรกของการควบคุมเข้มข้น (10-11 เมษายน 2569) พบว่ามีการบังคับใช้กฎหมายในข้อหาหลักที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุอย่างต่อเนื่อง โดยสถิติผู้กระทำผิดใน 5 ข้อหาเน้นหนัก มีดังนี้ ไม่สวมหมวกนิรภัย จำนวน 34,816 ราย, ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด จำนวน 27,635 ราย, ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย จำนวน 8,581 ราย, ​ขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 5,687 ราย (ในจำนวนนี้พบผู้กระทำผิดซ้ำถึง 57 ราย), ​ขับรถย้อนศร จำนวน 4,428 ราย

พล.ต.อ.สำราญฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายจราจร 10 ข้อหาหลัก โดยมุ่งเน้นไปที่พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมทั้งกำชับให้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นในการตั้งจุดตรวจ กิจการแพทย์ฉุกเฉิน และการเตรียมความพร้อมด้านกู้ภัย

​”เราได้เน้นย้ำให้มีการจัดการจุดเสี่ยงบนเส้นทางอย่างเป็นระบบ หากจุดใดมีความเสี่ยงสูง ต้องมีการแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า ทั้งการวางกรวยจราจร ติดตั้งไฟสัญญาณ และป้ายเตือนที่ชัดเจน เพื่อลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุให้ได้มากที่สุด” พล.ต.อ.สำราญฯ กล่าว

​นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ฝากความห่วงใยถึงประชาชนที่จะเดินทางในช่วงเทศกาล ขอให้เตรียมความพร้อมทั้งสภาพร่างกายและตรวจเช็กสภาพยานพาหนะให้สมบูรณ์ ที่สำคัญคือการตรวจสอบ การต่อภาษีประจำปี และ การทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ให้เรียบร้อย เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายหากเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้น

​ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะยังคงปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกและบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเทศกาล เพื่อส่งมอบความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในการเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวอย่างมีความสุข