เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ณ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พล.ต.ท. อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาเป็นประธานติดตามความคืบหน้าการปราบปรามขบวนการถือครองที่ดินและประกอบกิจการโดยใช้ตัวแทนอำพราง หรือ “นอมินี” (Nominee) ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อป้องกันการสูญเสียผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ

พล.ต.ท. อิทธิพล เปิดเผยว่า พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 8 ประสานความร่วมมือกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี กรมที่ดิน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และหน่วยงานความมั่นคง เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมชาวต่างชาติที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในลักษณะนอมินีอย่างละเอียด
จากการรายงานผลการปฏิบัติของคณะทำงานเฉพาะกิจ นำโดย นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ และ พล.ต.ต. สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พบสถิติการกวดขันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 21 เมษายน 2569 มีผลการจับกุมรวมทั้งสิ้น 620 คดี โดยพื้นที่เกาะท่องเที่ยวสำคัญมีผลปฏิบัติการดังนี้ สภ.เกาะพะงัน จับกุมสูงสุด 353 คดี (เน้นหนักด้านยาเสพติดและธุรกิจผิดกฎหมาย), สภ.บ่อผุด จับกุม 150 คดี (เน้นคดีเมาแล้วขับและเหตุรุนแรง), สภ.เกาะเต่า จับกุม 74 คดี (เน้นการพนันออนไลน์), สภ.เกาะสมุย จับกุม 43 คดี (เน้นแรงงานต่างด้าวและอาวุธปืน)

ในส่วนของคดีนอมินี คณะทำงานได้เข้าตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่อำเภอเกาะพะงันรวม 35 จุด พบการกระทำผิดรวม 18 คดี โดยมีการดำเนินคดีกับบริษัทนอมินีรายใหญ่ 2 แห่งที่เป็นเป้าหมายสำคัญ ได้แก่ ธุรกิจโยคะ สัญชาติอิสราเอล ใช้นอมินีคนไทยถือหุ้นและถือครองที่ดินแทน, ธุรกิจวิลล่าหรู สัญชาติยูเครน ลงทุนกว่า 200 ล้านบาท ก่อสร้างและจำหน่ายวิลล่าโดยใช้คนไทยเป็นบังหน้า
สำหรับสัญชาติของกลุ่มผู้ถือหุ้นต่างชาติที่ถูกตรวจสอบในครั้งนี้ ครอบคลุมหลายประเทศ อาทิ ฝรั่งเศส, เยอรมัน, อิสราเอล, รัสเซีย, เบลเยียม, อิตาลี, ฟิลิปปินส์, สหรัฐอเมริกา และยูเครน
พล.ต.ท. อิทธิพล ยังระบุถึงมาตรการทางปกครองที่เข้มงวด โดยคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองฯ ได้มีมติ เพิกถอนวีซ่า (Visa) นักท่องเที่ยวรวม 7 ราย เนื่องจากมีพฤติการณ์ซ้ำซาก ก่อความเดือดร้อนรำคาญ และเป็นภัยต่อสังคมได้แก่ คดีก่อความเดือดร้อนรำคาญ สัญชาติเยอรมัน 1 ราย, คดียาเสพติด รวม 6 ราย (บราซิล 1, อิสราเอล 2, โปรตุเกส 1, สิงคโปร์ 1 และรัสเซีย 1)

“สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอยืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาและเท่าเทียม เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของคนไทยและประเทศชาติ พร้อมกำชับให้คณะทำงานปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว” พล.ต.ท. อิทธิพล กล่าวทิ้งท้าย