เดินหน้าปรับภาพลักษณ์องค์กรสีกากี
ต้องไม่ใช่เพียงผู้บังคับใช้กฎหมาย แต่ต้องเป็น “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ที่มีคุณธรรม กล้าหาญ ซื่อสัตย์ พร้อมรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง
พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ในฐานะที่ปรึกษาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรบรรยายแก่ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรด้านการสืบสวนสอบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 15 (นักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 79) จำนวน 281 นาย ที่สถาบันส่งเสริมการสอบสวน ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
เจ้าตัวบรรยายแก่ผู้เข้าร่วมอบรมกระตุ้นแนวคิด “ตำรวจอาชีพยุคใหม่” ต้องเร่งปรับ Mindset เพื่อให้ทันต่อความคาดหวังของสังคม และกลับมายืนอยู่ในหัวใจประชาชนอีกครั้ง
สาระสำคัญ พล.ต.อ.อัคราเดชบอกว่า ตำรวจอาชีพต้องมีทั้ง ความรู้ ความสามารถ ทักษะในการปฏิบัติหน้าที่ บังคับใช้กฎหมายอย่างถูกต้องและยุติธรรม ควบคู่กับคุณธรรม จริยธรรม ความเสียสละ และการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
มีเป้าหมายสูงสุดคือ ความปลอดภัยและความผาสุกของประชาชน
อดีตนายพลคนดังเสนอกรอบ Mindset ตำรวจที่ดีไว้อย่างชัดเจน ทั้งเรื่องการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อดทนต่อความยากลำบาก ไม่หวั่นไหวต่ออิทธิพล
ยึดมั่นในความยุติธรรม ใช้ปัญญาแก้ปัญหา และรักษาความไม่ประมาทในการปฏิบัติหน้าที่
นำเอานโยบายหลักของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เร่งกำหนดแนวทางปฏิบัติ 6 ด้านที่ถูกชูเป็น “หัวใจของตำรวจยุคใหม่”
ประกอบด้วย ปกป้อง พิทักษ์ เทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา สร้างสวัสดิการและขวัญกำลังใจ
กล้าแก้สิ่งที่ผิด และทำในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมยึดมั่นในอุดมคติตำรวจ
เป็น “ต้นแบบ”ที่ดี รู้กฎหมาย ไม่กระทำผิดเสียเอง
ท้ายสุด พัฒนาและดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน เข้าถึง เข้าใจ และช่วยแก้ปัญหา
ย้ำด้วยว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีแนวคิดดัหวังสะท้อนการปฏิรูปจากภายในองค์กร เพราะประชาชนยุคใหม่ไม่ได้ต้องการเพียงตำรวจที่จับกุมคนร้ายได้ แต่ต้องการตำรวจที่สุภาพ โปร่งใส รับฟัง และพร้อมยืนเคียงข้างสังคมในทุกสถานการณ์
การปลุก “Mindset ตำรวจอาชีพ” ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การอบรมเชิงทฤษฎี แต่เป็นสัญญาณชัดเจนว่า องค์กรตำรวจไทยกำลังถูกผลักดันให้เปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่
ที่ประชาชนต้อง “เชื่อมั่น ศรัทธา และไว้วางใจ” ได้อีกครั้ง