หน้าแรก Crime Zone ตร.แถลงโต้ข่าวฉาว! ผลนิติวิทยาศาสตร์ยัน “ไม่พบยาเสียสาว” ในสงกรานต์ RCA

ตร.แถลงโต้ข่าวฉาว! ผลนิติวิทยาศาสตร์ยัน “ไม่พบยาเสียสาว” ในสงกรานต์ RCA

0
ตร.แถลงโต้ข่าวฉาว! ผลนิติวิทยาศาสตร์ยัน “ไม่พบยาเสียสาว” ในสงกรานต์ RCA

สำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์กรณีสาวโพสต์ TikTok อ้างถูกวางยาเสียสาวผ่านปืนฉีดน้ำย่าน RCA ยืนยันผลตรวจเลือดไม่พบสารพิษหรือยาเสพติดทุกชนิด ย้ำภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทยยังปลอดภัย พร้อมเตือนประชาชนเสพข่าวอย่างมีสติ

​พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล และสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ร่วมกันแถลงข้อเท็จจริงกรณีข่าวแพร่สะพัดในสื่อออนไลน์ทั้งไทยและจีน เกี่ยวกับอันตรายในเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเข้าใจผิดต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างกว้างขวาง

​พล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบอย่างละเอียดตามกระบวนการยุติธรรม สถาบันนิติเวชวิทยาได้นำตัวอย่างเลือดของผู้เสียหาย ซึ่งเก็บรักษาไว้โดยโรงพยาบาลเอกชนทันทีหลังเกิดเหตุ (คืนวันที่ 11 เมษายน) มาตรวจวิเคราะห์หาผลทางพิษวิทยาอีกครั้ง

​”ผลการตรวจห้องปฏิบัติการยืนยันชัดเจนว่า ไม่พบสาร GHB (Gamma Hydroxybutyrate) หรือยาเสียสาว รวมถึงไม่พบสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทหรือยาเสพติดอื่นใด ในตัวอย่างเลือดของผู้เสียหาย ซึ่งทางตำรวจได้แจ้งผลให้ผู้ร้องทราบแล้ว และเจ้าตัวมีความพึงพอใจในผลการตรวจสอบ” โฆษก ตร. ระบุ

​ด้าน พล.ต.ต.นพ.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา ได้ให้ข้อมูลทางวิชาการเพื่อแก้ต่างกรณีการกล่าวอ้างว่ามีการผสมยาเสียสาวในปืนฉีดน้ำว่า “เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ” เนื่องจากหากมีการผสมยาลงในน้ำจริง ปริมาณยาจะถูกเจือจางจนอยู่ในระดับที่ไม่อาจออกฤทธิ์ต่อร่างกายผ่านการสัมผัสหรือกระเด็นเข้าปากเพียงเล็กน้อยได้ การที่สารดังกล่าวจะออกฤทธิ์จนถึงขั้นหมดสติได้นั้น จะต้องเป็นการดื่มกินในปริมาณที่เข้มข้นเท่านั้น

ย้อนกลับไปเมื่อคืนวันที่ 11 เมษายน ผู้เสียหายและกลุ่มเพื่อนรวม 6 คน ได้ไปท่องเที่ยวสถานบันเทิงย่าน RCA และมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก่อนจะมีอาการอาเจียนและหมดสติในช่วงเที่ยงคืน ซึ่งในเบื้องต้นแพทย์โรงพยาบาลเอกชนเพียง “สันนิษฐาน” จากอาการว่าคล้ายการได้รับสาร GHB แต่ต้องรอผลเลือดชี้ชัด ซึ่งผลสรุปสุดท้ายออกมาว่าไม่พบสารดังกล่าว

 

​ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังคงกำชับให้ สน.มักกะสัน ดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ผู้เสียหายหมดสติ พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยมีมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ และขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลัก