หน้าแรก Crime Zone ​สตม.รวบหนุ่มอินโดฯ “มาเฟียคริปโต” ตัวการไฮบริดสแกมข้ามโลก คารีสอร์ทหรูภูเก็ต

​สตม.รวบหนุ่มอินโดฯ “มาเฟียคริปโต” ตัวการไฮบริดสแกมข้ามโลก คารีสอร์ทหรูภูเก็ต

0
​สตม.รวบหนุ่มอินโดฯ “มาเฟียคริปโต” ตัวการไฮบริดสแกมข้ามโลก คารีสอร์ทหรูภูเก็ต

พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 สั่งการให้ ชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.3 และ ตม.จว.ภูเก็ต บุกเข้าจับกุม Mr. William (นามสมมติ) อายุ 33 ปี สัญชาติอินโดนีเซีย ผู้ต้องหาตามหมายจับของสหรัฐอเมริกาและหมายแดง (Red Notice) ของตำรวจสากล

จากการสืบสวนพบว่า Mr. William เป็นคีย์แมนสำคัญของขบวนการไฮบริดสแกมที่มีฐานปฏิบัติการอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยกลุ่มคนร้ายมีรูปแบบการทำงานที่แยบยลกว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทั่วไป ด้วยการใช้กลยุทธ์ “Romance Scam” ผสมผสานกับการหลอกลงทุน (Investment Scam) โดยจ้างวานผู้ที่มีรูปร่างหน้าตาดี ทั้งนายแบบและนางแบบ มาคอยทำหน้าที่วิดีโอคอลสร้างความสัมพันธ์กับเหยื่อผ่านแอปพลิเคชันหาคู่และโซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่อสร้างความไว้วางใจที่สมจริงกว่าการใช้เพียงรูปโปรไฟล์

​เมื่อเหยื่อตกหลุมพรางความรัก กลุ่มคนร้ายจะชักชวนให้ลงทุนในแพลตฟอร์มคริปโตเคอร์เรนซีที่สร้างขึ้นมาปลอม โดยมีการแสดงผลกำไรตัวเลขเท็จเพื่อล่อใจให้เหยื่อโอนเงินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากรายงานระบุว่าในช่วงปี 2565 – 2569 มีผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก เฉพาะในสหรัฐอเมริกามีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 350 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แกะรอยจนทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีเข้ามายังพื้นที่จังหวัดภูเก็ตในคราบนักท่องเที่ยว และเข้าพักในรีสอร์ทหรูแห่งหนึ่ง จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบและควบคุมตัวเพื่อตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคล ซึ่งผลยืนยันชัดเจนว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่ FBI ต้องการตัว ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์”

​เบื้องต้น ผบก.ตม.3 ได้ลงนามเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรทันที เนื่องจากมีพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 12 (7) ก่อนจะประสานงานส่งตัวผู้ร้ายข้ามชาติรายนี้ไปดำเนินคดีตามกฎหมายที่สหรัฐอเมริกาต่อไป

​ทั้งนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองขอฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการชักชวนลงทุนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะจากบุคคลที่รู้จักกันผ่านแอปฯ หาคู่ และย้ำว่าประเทศไทยพร้อมร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสากลในการกวาดล้างอาชญากรไซเบอร์อย่างเด็ดขาด