หน้าแรก Crime Zone ตม.4 บุกรวบ “อาตี๋” หนีหมายแดงโกง 500 ล้าน! คาสำนักทรง! ริมแม่น้ำชี พบอยู่เกินกำหนดกว่า 300 วัน

ตม.4 บุกรวบ “อาตี๋” หนีหมายแดงโกง 500 ล้าน! คาสำนักทรง! ริมแม่น้ำชี พบอยู่เกินกำหนดกว่า 300 วัน

0
ตม.4 บุกรวบ “อาตี๋” หนีหมายแดงโกง 500 ล้าน! คาสำนักทรง! ริมแม่น้ำชี พบอยู่เกินกำหนดกว่า 300 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนาถ รองผบช.สตม.สั่งการให้ พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4. พ.ต.อ.กฤษฎากรณ์ กลิ่นเกษร รอง ผบก.ตม.4, ว่าที่พ.ต.อ.ชยุต นิลประเสริฐ ผกก.สส.บก.ตม.4 พ.ต.ต.วัชรพงศ์ ศิรินทร์วงศ์ สว.กก.สส.บก.ตม.4 บูรณาการกำลังร่วมกับ พ.ต.อ.สมภพ กองสมบัติ ผกก.สืบสวน1 บก.สส.ภ.4 พ.ต.ท.สืบวงศ์ สุดหนองบัว รอง ผกก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.4 เข้าจับกุม นายซ่าง (นามสมมติ) สัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามหมายแดง (Red Notice) จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ในข้อหาฉ้อโกงมูลค่าความเสียหายกว่า 500 ล้านบาท

ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นหลังจาก บก.ตม.4 ได้รับการประสานจากทางการจีนว่า นายซ่าง ซึ่งมีพฤติการณ์ร่วมกันตั้งบริษัทนิติบุคคลหลอกลวงนักลงทุนจำนวนมากในประเทศจีน ได้หลบหนีเข้ามากบดานในประเทศไทย

ชุดสืบสวน สตม. จึงบูรณาการกำลังร่วมกับสืบสวนภาค 4 ลงพื้นที่ “เอ็กซเรย์” รอยต่อจังหวัดขอนแก่นและมหาสารคาม จนพบเบาะแสว่าผู้ต้องหารายนี้หนีไปกบดานอยู่ใน สำนักประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อ แห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่กลางป่าละเมาะริมแม่น้ำชี ห่างไกลชุมชน

จากการเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบตัวนายซ่างอยู่ในสำนักดังกล่าว โดยเจ้าตัวยอมรับสารภาพว่ารับทราบเรื่องคดีความที่ประเทศจีน จึงพยายามหลบหนีและหันมาพึ่งพิงพิธีกรรมทางความเชื่อเพื่อความสบายใจ อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบผ่านระบบ Biometrics ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พบว่านายซ่างได้กระทำความผิดซ้ำซ้อน โดยอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาต (Overstay) มานานถึง 331 วัน

ด้านพล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4 เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายขุดรากถอนโคนอาชญากรรมข้ามชาติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นฐานที่มั่นในการกระทำความผิดหรือหลบซ่อนตัวของอาชญากร เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ดำเนินคดีตามกฎหมาย และเตรียมประสานส่งตัวกลับไปรับโทษที่ประเทศจีนต่อไป