ทลายโกดังสินค้าปลอมนายทุนจีน ยึดของกลางมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท ส่งขายออนไลน์ในไทย

พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.ภูวเดช จุลกะเสวี ผกก.1 บก.ปอศ. พ.ต.ท.วิวัฒนชัย คลื่นแก้ว รอง ผกก.1 บก.ปอศ.ร่วมกับ ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รอง ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และนายอาวุธ วงศ์สวัสดิ์ รอง อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา  แถลงผลจับกุม นายเจียเซียน (Mr.Jiaxian)  อายุ 27 ปี และ นายหาง (Mr.Hang ) อายุ 19 ปี ทั้งสองสัญชาติจีน  พร้อมของกลางเครื่องสำอาง, อาหาร, สินค้าแบรนด์เนม ละเมิดเครื่องหมายการค้า จำนวน 78,223 ชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 52,307,283 บาท ภายหลังนำกำลังเข้าทลายโกดังลับนายทุนจีนในพื้นที่ ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้รับแจ้งจากเจ้าของแบรนด์สินค้าและประชาชนว่า พบสินค้าจากร้านออนไลน์ในแพลตฟอร์มหนึ่งลักลอบนำเป็นสินค้าลอกเลียนแบบมาจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ  จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ปอศ.ตรวจสอบพบว่าสินค้าดังกล่าวนำเข้ามาจากประเทศจีน ก่อนนำไปซุกซ่อนที่โกดังในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ตั้งอยู่บริเวณชานเมือง เนื่องจากหลีกเลี่ยงการตกเป็นเป้าสายตาและสะดวกต่อการส่งสินค้า โดยมีการจ้างแรงงานชาวไทยเป็นผู้บรรจุสินค้าส่งกระจายไปทั่วประเทศ 

พ.ต.ท.วิวัฒนชัย กล่าวว่า หลังจากรวบรวมหลักฐานจึงได้ขออนุมัติหมายค้นจาก ศาลจังหวัดสมุทรสาคร ก่อนนำกำลังเข้าตรวจค้น อาคารกักเก็บสินค้า ภายใน ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ผลการตรวจค้าพบสินค้าปลอมจำนวนมากซุกซ่อนไว้ภายในบ้านและโกดัง จึงจับกุมตัว 2 ผู้ต้องหาชาวจีนพร้อมของกลางดังกล่าว นอกจากนี้ได้ตรวจยึดโทรศัพท์และ เครื่องคอมพิวเตอร์ รวม 12 เครื่องมาตรวจสอบ ถึงเส้นทางการนำเข้าสินค้า บัญชีธนาคารผู้รับประโยชน์ เพื่อขยายผลต่อไป

สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จึงแจ้งข้อหา “มีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า ปลอม/เลียน เครื่องหมายการค้าฯ และหรือ เอาชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ หรือข้อความใดๆ ในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้หรือ ทำให้ปรากฏชื่อสินค้าเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าหรือการค้าของผู้อื่นฯ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.ดำเนินคดีต่อไป

พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวเพิ่มเติมว่า การระบาดของสินค้าปลอมในสังคมไทย โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปโภค บริโภค กำลังกลายเป็นปัญหาสาธารณสุขที่รุนแรงและใกล้ตัวอย่างยิ่ง บก.ปอศ.จึงได้เปิดปฏิบัติการตรวจค้นและจับกุมเครือข่ายผู้กระทำผิด โดยพบว่าผลิตภัณฑ์ ปลอมจำนวนมากมีการผสมสารอันตราย เช่น ปรอท ไฮโดรควิโนน และสเตียรอยด์ ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบ ต่อผิวหนัง ระบบภายใน และอาจสะสมจนเป็นอันตรายเรื้อรังในระยะยาว ทั้งนี้ความเสียหายไม่ได้จำกัดอยู่เพียงระดับบุคคลแต่ยังกระทบต่อระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่านภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลและความสูญเสียด้านแรงงานในเชิงเศรษฐกิจ

ด้าน ร้อยตรี จักรา กล่าวว่า สินค้าที่ละเมิดเครื่องหมายการค้าของแบรนด์เนมปลอม ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาด ทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่เครือข่ายผู้อยู่เบื้องหลังส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ แทรกซึมผ่านระบบเศรษฐกิจและกฎหมายไทยปฏิบัติการปราบปรามในครั้งนี้จึงเป็นการยกระดับความมั่นคงของประเทศ ควบคู่กับการปกป้องสุขภาพของประชาชน ซึ่งต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเชิงกฎหมาย การเฝ้าระวัง และการสร้างความรู้เท่าทันแก่ผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

RELATED ARTICLES