เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. สั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปทส. นำหมายค้นศาลจังหวัดสระบุรี เข้าตรวจสอบบริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 5 ต.บ้านธาตุ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี หลังได้รับร้องเรียนว่ามีการลักลอบสะสมและคัดแยกแบตเตอรี่เก่าโดยผิดกฎหมาย

จากการตรวจค้นภายในโรงงาน พบแบตเตอรี่เก่าใช้แล้วกองอยู่เป็นจำนวนมาก น้ำหนักรวมถึง 54,643.6 กิโลกรัม (เกือบ 55 ตัน) นอกจากนี้ยังยึดรถโฟร์คลิฟท์ รถแบคโฮ และเอกสารการชั่งน้ำหนักที่ระบุจำนวนมหาศาล โดยมี นายวัชธนพงษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี รับเป็นผู้ดูแลสถานที่ แต่ไม่สามารถนำเอกสารใบอนุญาตครอบครองวัตถุอันตรายหรือใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้

ชุดสืบสวนระบุว่า โรงงานดังกล่าวมีพฤติการณ์รับซื้อแบตเตอรี่เก่าเพื่อนำมาคัดแยกโลหะ อาทิ ตะกั่ว และทองแดง ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบเบาะแสที่เชื่อมโยงไปถึง “กลุ่มทุนจีน” ที่เข้ามาลักลอบประกอบธุรกิจรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ในไทยโดยไม่ผ่านกระบวนการคัดแยกที่ได้มาตรฐานตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งขยายผลหาตัวการใหญ่ที่แท้จริง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา ครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต, ตั้งและประกอบกิจการโรงงานประเภท 106 (คัดแยกโลหะ) โดยไม่ได้รับอนุญาต, ประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ทางด้านตำรวจ CIB เตือนประชาชนว่า แบตเตอรี่เก่ามีสารตะกั่วที่เป็นพิษต่อระบบประสาท และกรดซัลฟิวริกที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง หากมีการทุบหรือหลอมโดยไม่ได้มาตรฐาน สารพิษจะปนเปื้อนสู่ดินและน้ำ รวมถึงไอระเหยในอากาศจะส่งผลกระทบถาวรต่อสุขภาพ โดยเฉพาะเด็กเล็กในชุมชนรอบข้าง

