Acsc ร่วม Cib ปฏิบัติการเด็ดปีกขบวนการหลอกขายบัตรคอนเสิร์ตดาราไทย-เกาหลี-สากล เหยื่อแจ้งความกว่า 700 คดี เสียหาย 3.7 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. /ผอ.ศปอส.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท., พ.ต.อ.นิธิ ตรีสุวรรณ รรท.ผกก. 2 บก.ปอท. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานความร่วมมือกับกองบังคับการปราบปราม และสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง

กระจายกำลังเข้าจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาจำนวน 7 ราย ประกอบด้วย นายธวัชชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี, นายอุดมศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี, นางสาวศศิประภา (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี, นางสาวธัญลักษณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี, นางสาวรัตนากร (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี, นางสาวเจตสุภา (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี และนายสุรกานต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี โดยสามารถรวบตัวได้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, จังหวัดนครปฐม และจังหวัดภูเก็ต

ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบกันฟอกเงิน, ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั้งยี่” พร้อมทั้งตรวจยึดของกลางเป็นสมุดบัญชีธนาคารจำนวน 10 เล่ม, โทรศัพท์เคลื่อนที่ 4 เครื่อง และรถยนต์อีก 1 คัน

คดีนี้สืบเนื่องจากภัยออนไลน์ที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเป็นอันดับต้น ๆ โดยกลุ่มมิจฉาชีพได้โพสต์หลอกขายบัตรคอนเสิร์ต ศิลปินไทย ศิลปินเกาหลี และศิลปินระดับโลกผ่านแพลตฟอร์มเอกซ์ (X) หรือทวิตเตอร์เดิม อาทิ GOT7, Jackson Wang, NCT, DAY6, BLACKPINK, SEVENTEEN, aespa, TWICE, EXO, DOH KYUNG SOO, ONE OK ROCK, Daniel Caesar รวมถึงศิลปินไทยชื่อดังอย่าง Cocktail, BUS, Three Man Down, อัสนี-วสันต์, นนท์ ธนนท์, Jeff Satur, Potato, Paradox, Billkin และ Tattoo Colour

ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มแฟนคลับที่ต้องการซื้อบัตรคอนเสิร์ตหรืองานแฟนมีตติง (Fan Meeting) ที่มีความต้องการสูงจนจำหน่ายหมด (Sold Out) อย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและรีบโอนเงินให้คนร้ายจนสูญเงินเปล่า จากการตรวจสอบพบเอกซ์ที่ใช้ก่อเหตุกว่า 350 บัญชี มีผู้เสียหายแจ้งความออนไลน์แล้วถึง 739 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 3.7 ล้านบาท

จากการสืบสวนยังพบว่า แก๊งตั๋วทิพย์กลุ่มนี้มีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ทีมมอนิเตอร์กระแสคอนเสิร์ต, ทีมโพสต์หลอกลวงและตอบแชต, ทีมจัดหาบัญชีม้า และทีมกดเงินสดเพื่อตัดเส้นทางการเงิน ก่อนจะนำเงินมาจัดสรรแบ่งปันผลประโยชน์กัน

สอบสวน นางสาวธัญลักษณ์ หนึ่งในผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่กดเงินสด เบื้องต้นให้การอ้างว่า เมื่อต้นปี 2568 ได้รับจ้างจากกลุ่มเพื่อนให้ช่วยกดเงินสดจากบัญชีธนาคาร โดยเพื่อนอ้างว่าเป็นเงินจากการทำธุรกิจ ซึ่งตนตระเวนกดเงินสดส่งต่อให้เพื่อนไปแล้วกว่า 50 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 200,000 บาท ต่อมาเมื่อบัญชีถูกอายัดและทราบว่ามีผู้เสียหายแจ้งความเรื่องหลอกขายบัตรคอนเสิร์ต จึงเพิ่งรู้ตัวว่าตกเป็นเครื่องมือของแก๊งตั๋วทิพย์

​ขณะที่ นางสาวรัตนากร ผู้ต้องหาอีกราย ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการทำกราฟิกต้มตุ๋น ให้การรับสารภาพอย่างหมดเปลือกว่า กลุ่มของตนจะคอยเช็กกระแสว่าช่วงใดมีคอนเสิร์ตดัง จากนั้นจะไปเซฟรูปภาพบัตรคอนเสิร์ต หรือ E-Ticket ของคนอื่นที่โพสต์ลงโซเชียลมีเดีย นำมาใช้โปรแกรมตัดต่อแก้ไขชื่อผู้ซื้อ เลเยอร์ที่นั่ง และใส่ลายน้ำชื่อบัญชีเอกซ์ของตนเองทับลงไป เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

​นอกจากนี้ ตนยังทำหน้าที่กว้านซื้อบัญชีเอกซ์ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 2,000 คนขึ้นไป เพื่อนำมาใช้โพสต์หลอกเหยื่อ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีม้าที่เตรียมไว้ (ซึ่งมีการตัดต่อภาพบัตรประชาชนของเจ้าของบัญชีม้าและระบุข้อความกำกับว่า “ใช้สำหรับขายบัตรคอนเสิร์ตเท่านั้น” เพื่อดักทางไม่ให้เหยื่อสงสัย) ตนก็จะสั่งการให้ทีมงานรีบโอนเงินยักย้ายถ่ายเทหลบเลี่ยงการตรวจสอบ ก่อนจะกดออกมาเป็นเงินสด โดยขบวนการนี้เริ่มทำมาตั้งแต่ปลายปี 2567 และเปลี่ยนชื่อบัญชีรวมถึง User ID หนีตำรวจเรื่อยมา จนกระทั่งมาถูกลากคอเข้าคุกในที่สุด

​เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และเตรียมขยายผลล้างบางผู้ร่วมขบวนการที่ยังเหลือต่อไป

RELATED ARTICLES