เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์การประชุมสมาคมศิษย์เก่าสถาบันเอฟบีไอ ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 26 (The 26th FBI National Academy Associates (FBINAA) Asia Pacific Chapter Retraining Conference) เปิดเผยว่า การประชุมดังกล่าว ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ ภายใต้รหัสปฏิบัติการ “United in Action: Combating Transnational Organized Crime in the Digital Age” (รวมพลังปฏิบัติการ : ต่อต้านองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติในยุคดิจิทัล) ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 7–10 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้เสร็จสิ้นลงอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพิธีปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ มีบิ๊กสีกากีและตัวแทนระดับโลกเข้าร่วมอย่างคับคั่ง นำโดย พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ประธานสมาคมศิษย์เก่าสถาบันเอฟบีไอ ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2026, พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.), นายวิลเลียม เจ. คาร์โบน นายกสมาคมนักเรียนเก่า FBINAA, นายแอนดรูว์ เบลีย์ รองผู้อำนวยการร่วม สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา (FBI) และ นายฌอน เค. โอนีลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พร้อมผู้แทนระดับบริหารจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายกว่า 150 คน จาก 26 ประเทศทั่วโลก
สำหรับวาระเร่งด่วนในการประชุมครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่การสกัดกั้นและทำลายล้างอาชญากรรมไซเบอร์ที่กำลังกัดกินเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “แก๊งสแกมเซ็นเตอร์” (Scam Center) และ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในวงกว้าง ซึ่งพบข้อมูลแน่ชัดว่า เครือข่ายนรกเหล่านี้มีความเชื่อมโยงอย่างน่าสะพรึงกลัวกับขบวนการค้ามนุษย์และการบังคับใช้แรงงานเถื่อน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ถกเถียงถึงแนวทางรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่น การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ผิด, การโจมตีทางไซเบอร์ ตลอดจนเทคโนโลยี ดีปเฟก (Deepfake) หรือการปลอมแปลงภาพและเสียงเพื่อใช้หลอกลวงเหยื่อ
พล.ต.ท.อาชยนฯ กล่าวอีกว่า หัวใจสำคัญของการกวาดล้างอาชญากรรมในยุคนี้คือ “ความร่วมมือที่ไร้พรมแดน” การแบ่งปันข้อมูลดิบและเบาะแสระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรสากล ส่งผลให้ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถทลายรังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตามแนวชายแดนไทย พร้อมตรวจยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องมือส่งสัญญาณได้เป็นจำนวนมาก โดยหลังจากนี้จะใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงเพื่อ “เด็ดหัว” นายทุนและผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด

”ปัจจุบันอาชญากรรมออนไลน์เป็นภัยไร้พรมแดน ไม่มีประเทศใดหรือหน่วยงานใดจะขจัดขบวนการนี้ได้เพียงลำพัง ประเทศไทยจับมือกับองค์กรระดับโลกและภาคเอกชน โดยเฉพาะบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง เมตา (Meta) ในการแกะรอยพยานหลักฐานดิจิทัล จนทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นแกนนำหลักในภูมิภาค ที่พร้อมจะตอบโต้และปราบปรามมาเฟียไซเบอร์อย่างเด็ดขาด เพื่อคืนความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนทั่วโลก” ผบช.ปส. กล่าวเน้นย้ำในตอนท้าย

