ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.69 พล.ต.ต. พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการ พ.ต.อ. ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท. สุขสิทธิ์ ประเสริฐ สว.กก.5 บก.ป. นำกำลังเจ้าหน้าที่จับกุม นางสาววรัญญา (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2918/2569 ลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ข้อหา “เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน, เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยไม่ได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด” สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่บริเวณหน้าบ้านพักใน ตำบลท่าเรือ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี
คดีนี้สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายหลายรายเข้าแจ้งความว่า มีคนร้ายโทรศัพท์มาแอบอ้างเป็นพนักงานบริษัทบัตรเครดิต แจ้งว่าบัตรถูกตัดเงินและให้กดหมายเลข 9 เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ จากนั้นสายถูกโอนต่อไปยังบุคคลที่อ้างว่าเป็นตำรวจ สภ.ศรีราชา ขู่ผู้เสียหายว่ามีชื่อพัวพันกับคดียาเสพติดและการฟอกเงิน
คนร้ายทำทีเสนอตัวช่วยเหลือ โดยบอกให้ผู้เสียหายโอนเงินทั้งหมดมายัง “บัญชีธนาคารที่ปลอดภัย” เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพดูดเงิน และสัญญาว่าจะโอนคืนให้เมื่อตรวจสอบเสร็จ ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไป 2 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 7 แสนบาท ก่อนจะติดต่อไม่ได้ในเวลาต่อมา นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายรายอื่นโดนหลอกในลักษณะเดียวกัน รวมมูลค่าความเสียหายสะพานบุญบาปนี้กว่า 1 ล้านบาท ซึ่งเงินทั้งหมดถูกโอนเข้าบัญชีของนางสาววรัญญา

สอบสวนเบื้องต้น นางสาววรัญญาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนเองมีอาชีพหาพระเครื่องไปเร่ขายตามแผงต่าง ๆ ช่วงเกิดเหตุกำลังตกงานและขัดสนเงินทอง จึงถูก “นางบี” เพื่อนสมัยเรียน ชักชวนให้ทำงานตอบแชตลูกค้าและดูแลรายรับรายจ่าย โดยเพื่อนอ้างว่าสินค้าขายดีมาก ต้องใช้บัญชีธนาคารหลายบัญชีรองรับ ตนจึงยอมส่งมอบบัญชีธนาคารทั้งหมดให้ไป จากนั้นเพื่อนก็เงียบหายและหลบหนีออกจากพื้นที่ไป จนกระทั่งตนมาถูกตำรวจจับกุมในที่สุด

