ผู้หญิงกล้าหาญเพิ่มมากขึ้น ปลุกพลังสร้างความเปลี่ยนแปลง สังคมน่าอยู่

 

“เสียใจดีกว่าเสียดายที่ไม่ได้ทำ คิดแบบนี้ตลอดทั้งบนงานและทุกเรื่อง ทำให้เราแทบจะไม่มีข้อจำกัดอะไรในการทำงานตั้งแต่เริ่ม และเราแทบจะไม่มีคำว่ารู้งี้ทำแบบนี้ดีกว่า พอเราเริ่มต้นด้วย can do attitudeแล้ว เราก็จะคิดงานได้นอกกรอบ เห็นโอกาสที่มากขึ้น กล้านำเสนออะไรใหม่ ๆ ให้กับลูกค้า แต่ก็จะอยู่บนความเป็นจริงที่เราคุยกับทีมแล้วว่ามันทำได้จริงบนconditionบางอย่างที่เรามี” คุณภา-จิรภา วรสินกุล สาวสมัยใหม่ อาชีพAccount Directorบริษัท GMM Music เริ่มต้นบทสนทนาด้วยคติประจำใจในการดำเนินชีวิต

กว่าจะมาเป็น Account Director คนเก่งของบริษัทสื่อด้านความบันเทิงชั้นนำของประเทศไทย คุณภา จบจากชั้นมัธยม โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง และจบปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน  เธอบอกว่า อาชีพนี้ เป็นงานที่สนุกและท้าทาย เพราะเราขายศิลปิน ขายเพลง ขายคอนเสิร์ต ทำแคมเปญการตลาดให้แบรนด์ผ่านการใช้องค์ประกอบที่เกี่ยวกับเพลงทั้งหมด และรวมถึงการได้ศึกษาข้อมูล database ของผู้ชมคอนเสิร์ตและผู้ติดตามศิลปินเพื่อมาต่อยอดการทำการตลาดให้แบรนด์

เธอบอกอีกว่า เป็นงานที่สนุกมาก ๆ ตั้งแต่สินค้าที่เราถืออยู่ เพราะมันคือความบันเทิง เป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันของแทบทุกคน และท้าทาย เพราะเทรนด์เปลี่ยนอยู่เสมอ consume rมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปตลอด ทำให้เราต้องปรับวิธีคิดและการทำงานเราให้ทัน และเรายังได้ทำงานกับคนมากความสามารถหลายอาชีพในเวลาเดียวกัน เช่น ศิลปิน คนแต่งเพลง ผู้กำกับ ผู้จัดงานอีเวนต์ ลูกค้า และเพื่อนร่วมงานอีกหลากหลายทีม มีอะไรใหม่ ๆ ให้เราได้เจอ ได้เรียนรู้ทุกวัน

“เราเลือกอาชีพนี้เพราะเราโตมากับวงการสื่อและโฆษณา และเราชอบในเสน่ห์ของมัน เพราะมันคือการที่เราหยิบจับเอาของที่มีในมือ พร้อมกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกทั้งภายนอกและภายในประเทศ มาผนวกกับสิ่งที่แบรนด์ต้องการ และพฤติกรรมผู้บริโภค ทำให้เกิดเป็นไอเดีย และวิธีการทำการตลาดที่ตอบโจทย์แบรนด์ และได้ประโยชน์กับผู้บริโภคด้วย ซึ่งตอนนี้ที่เราทำอยู่คือวงการเพลง ที่สนุก ครบรส และมีหลายแง่มุมให้เราได้ต่อยอดอีกเยอะมาก” คุณภาอธิบาย

สำหรับต้นแบบ ไอดอลในการดำเนินชีวิต คุณภาบอกว่า  มีอยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน คนรอบข้าง และหลายคนที่ได้ทำงานด้วย  เราจะหยิบสิ่งที่เหมาะกับเรามาปรับใช้ทั้งการใช้ชีวิต และการทำงาน  อย่างเช่นอาม่าของตัวเอง ต้นแบบความมุ่งมั่น ตั้งใจ แม้ว่าจะไม่ได้เรียนหนังสือ แต่สร้างตัวเองมีเงินหลายร้อยล้าน ดูแลคนหลายร้อยชีวิต  ส่งลูกหลานเรียนโรงเรียนดี ๆ ทุกคนเติบโตอย่างมีคุณภาพ จนถึงยุคฟองสบู่แตกที่อาม่าล้มละลาย เป็นหนี้อีกหลายสิบล้าน  สุดท้ายผ่านมาได้ ปรับตัวให้ใช้ชีวิตบนความสมถะได้อย่างมีความสุข ที่สำคัญอาม่าหมุนตามโลกเสมอ ไม่เคยให้ตัวเองหยุดนิ่ง  อายุ 87 ปีแล้ว ยังขับรถไปเจอเพื่อน เล่นโซเชียลมีเดีย ช้อปออนไลน์  เป็นต้นแบบทั้งการทำงาน การบริหารคน การหาโอกาสให้ตัวเองเสมอ การใช้ชีวิตและการมองโลกในมุมต่าง ๆ

“การเอาชนะอุปสรรค เราต้องยอมรับก่อนว่าปัญหาเป็นปัญหา หาสาเหตุเกิดจากอะไร และต้องคุยกับตัวเองจริง ๆ แบบไม่เข้าข้างและไม่โทษตัวเอง  เราต้องค่อยๆ คิดทีละขั้นตอนว่าในการแก้ปัญหานี้แบ่งออกเป็นกี่วิธี แต่ละวิธีมีผลที่ตามมาอย่างไรบ้าง และเรารับผิดชอบผลที่ตามมาได้หรือไม่ เราตรงคิดตามตามจริง ไม่หาคนผิด  จะทำให้ปัญหาไม่ถูกแก้ แต่ควรโฟกัสว่าปัญหาเกิดแล้วแก้อย่างไรได้บ้าง แล้วเราควรทำอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเดิมซ้ำในอนาคต เวลาท้อก็แค่ต้องมีสติ  รู้ตัวเองว่าปัญหาเกิดจากอะไร แก้อย่างไร ป้องกันอย่างไร และให้ปัญหาเป็นบทเรียน  อย่าท้อนาน หรือเสียกำลังใจบ่อย บอกตัวเองไปเลยว่า เดี๋ยวมันก็ผ่านไป”

ขณะเดียวกัน คุณภาเปิดมุมมองที่คนทุกวันนี้ชอบมองผู้หญิงในยุคนี้ต้องสวยและเก่ง ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้  ให้ความเห็นผู้หญิงสวยว่า ถ้าภายนอกแล้ว คำว่า  สวย คงวัดไม่ได้เลย  แล้วแต่ว่ าเราชอบแบบไหน แต่ถ้าสวยในองค์รวม คงเป็นผู้หญิงที่ดูแลตัวเองดี ใส่ใจตัวเองทั้งภายนอกและภายใน รู้ว่าอะไรคือจุดเด่นของตัวเอง และรู้วิธีการนำเสนอมัน ตั้งแต่การดูแลสิ่งที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เช่น การแต่งกายหรือการแต่งหน้าที่เข้ากับตัวเอง การดูแลผิวพรรณและรูปร่าง หรือภายในอย่างความรู้ความสามารถ เช่น รู้ว่าตัวเองชอบฟังเพลง ก็อาจศึกษาเพิ่มเติมเพื่อให้รู้ข้อมูลเชิงลึก ถือเป็นการเติมความรู้เพื่อให้ตัวเองสามารถมีมุมมองในการพูดคุยเรื่องเพลงในมิติที่แตกต่าง สร้างความประทับใจในการทำงานได้ อะไรแบบนี้ สำหรับเราความสวยมันเลยเป็นองค์รวมที่เรามองแล้วรู้สึกว่า คน ๆ นี้ดูเป็นตัวเองจัง ดูสวยในแบบของตัวเองจัง

“สำหรับผู้หญิงเก่ง ก็เหมือนกับสวยเลย เก่งก็วัดไม่ได้ แต่เราจะนับถือคนที่เขารู้ว่าเขาถนัดอะไร แล้วทำมันสุดทาง จนสามารถเกิดเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นหรือสังคมได้ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม เช่น ชอบวาดรูป ก็วาดจนสุดทาง จนผลงานเป็นที่รู้จัก แล้วสามารถใช้ภาพวาดเพื่อเป็นตัวกลางในการบอกเล่าเรื่องราวผลกระทบของปรากฏการณ์โลกร้อน ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้นได้ หรือวาดภาพ Abstractแล้วทำให้คนที่เห็นผลงานรู้สึกมีอารมณ์ร่วมไปกับภาพ ทำให้คนดูมีความสุขขึ้น หรือเข้าใจในอารมณ์เศร้าของตัวเองมากขึ้นได้ แบบนั้นเราก็มองว่าเก่งแล้ว ดังนั้นสำหรับเรา ความเก่งคงเป็นอะไรแบบนั้น”

ท้ายบทสนทนา คุณภาให้ความเห็นผู้หญิงในยุคปัจจุบันกับสมัยก่อนว่า คิดว่าไม่ใช่แค่ผู้หญิงหรอก แต่คนยุคนี้แตกต่างจากยุคก่อน ชัดเจนมากก็เรื่องการ ‘ตั้งคำถาม’ และ ‘ความอดทน’ เรามองว่ามันดีนะ ในเมื่อยุคสมัยมันเปลี่ยน คนเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น มุมมองในการมองโลกกว้างขึ้น มีทางเลือกมากขึ้น มีโอกาสมากขึ้น ทำให้เราเลือกที่จะตั้งคำถาม และเลือกที่จะไม่ทนหรือไม่ยอมรับในสิ่งที่เราคิดว่าเราไม่คู่ควร เลยทำให้เราเห็นผู้หญิงเก่งที่กล้าหาญเพิ่มขึ้นอีกเยอะมากในสังคม และหลาย ๆ เรื่องในสังคมขับเคลื่อนโดยความกล้าของผู้หญิง เช่น แคมเปญ “Don’t tell me how to dress”ของ ซินดี้-สิรินยา บิชอพ เพื่อปลุกพลังสังคมยุติการคุกคามทางเพศ ที่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดี ทำให้สังคมเราน่าอยู่มากขึ้น และปลอดภัยมากขึ้นสำหรับผู้หญิงได้

 

RELATED ARTICLES