ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ.ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แถลงผลปฏิบัติการทลายเครือข่ายลักลอบผลิตและจำหน่ายยาอนาบอลิกสเตียรอยด์ (Anabolic Steroids) ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ยึดของกลางทั้งชนิดฉีด ชนิดรับประทาน เครื่องจักร และอุปกรณ์การผลิต รวมมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท


พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนขยายผลร่วมกับ อย. หลังพบการระบาดของยาสเตียรอยด์เร่งกล้ามเนื้อในกลุ่มนักเพาะกายและฟิตเนส จนกระทั่งพบว่า เครือข่ายนี้ใช้คอนโดมิเนียมหรูภายในซอยพัฒนาการ 51 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร เป็นฐานลับในการผลิตและบรรจุ


เจ้าหน้าที่จึงนำหมายค้นศาลอาญาพระโขนงเข้าตรวจสอบเป้าหมาย 2 จุด จับกุม นายอนุวัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี พร้อมของกลางจำนวนมาก ประกอบด้วย ยาสเตียรอยด์สำเร็จรูปชนิดฉีดและชนิดรับประทาน รวม 41 ยี่ห้อ (เช่น ANADROL, ANAVAR, DIANABOL) จำนวนกว่า 8,690 ขวด, ยาเม็ดกลุ่มต้านฮอร์โมนเอสโตรเจนและสเตียรอยด์ชนิดรับประทาน 14 ยี่ห้อ กว่า 77,700 เม็ด, ยาเม็ดรอบรรจุอีกกว่า 155,000 เม็ด พร้อมสารเคมี วัตถุดิบ และเครื่องจักร

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ผลิตยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “ผลิตและขายยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา” ก่อนส่งตัวดำเนินคดีและขยายผลหาทุนใหญ่ต่อไป

จากการสอบสวนพบว่า ผู้ต้องหาลักลอบนำเข้าวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์จากหลายแหล่ง มาผสมและติดฉลากเองโดยไม่ผ่าน อย. กระบวนการผลิตสกปรก ไร้มาตรฐาน และทำแบบนี้มานานกว่า 3 ปี ส่งขายทั้งในและต่างประเทศ ที่น่าตกใจคือ เครือข่ายนี้เคยถูกจับกุมในคดีลักษณะเดียวกันมาแล้ว แต่ยังกลับมาทำซ้ำเพราะหวังกำไรมหาศาล โดยไม่สนชีวิตคนซื้อ

ด้าน ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวเตือนว่า ยาเหล่านี้อันตรายมาก โดยเฉพาะ “ยาชนิดฉีด” ที่ผลิตในสถานที่สกปรกและไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ หากฉีดเข้าสู่ร่างกายเสี่ยงทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือดจนถึงแก่ชีวิตได้ ส่วนการใช้สเตียรอยด์โดยไม่มีแพทย์ดูแล จะทำลายระบบฮอร์โมน ตับ ตับอักเสบ ไตวายเฉียบพลัน ความดันโลหิตสูง และทำให้หัวใจล้มเหลวเฉียบพลันได้

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เพราะยาเถื่อนเหล่านี้ถือเป็นภัยเงียบคุกคามสุขภาพประชาชนและนักกีฬา ที่อาจหลงเชื่อโฆษณาชวนเชื่อ โดยไม่รู้ว่าผลิตจากโรงงานเถื่อนที่มีสารปนเปื้อนและสูตรยาผิดพลาด จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานบูรณาการร่วมกันกวาดล้างให้สิ้นซาก

ขณะที่ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ภายใต้นโยบาย MOPH PLUS กระทรวงสาธารณสุขจะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อตัดวงจรยาเถื่อน พร้อมฝากเตือนประชาชนอย่าซื้อยาใช้เองโดยไม่มีข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ และขอให้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพทุกครั้งผ่านแอปพลิเคชัน (Application) “หมอพร้อม” หรือช่องทางของ อย. (Line: @FDAThai) หากพบเบาะแสสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน อย. 1556

