เหตุการณ์ปะทะเดือดครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.55 น. วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 โดย พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา และ พ.ต.อ.ศิวภาคย์ พวงจันทร์ ผกก.สภ.จอหอ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน สภ.จอหอ วางแผนจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติด หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติดบริเวณถนนสุรนารายณ์ (ทางหลวงหมายเลข 290) ช่วงเลยสะพานมุ่งหน้าอำเภอโนนไทย หมู่ 9 ตำบลโคกสูง อำเภอเมืองนครราชสีมา ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อขึ้นทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (M6)
เมื่อถึงเวลานัดหมาย พบรถยนต์ต้องสงสัยจำนวน 2 คัน ขับเข้ามายังจุดนัดพบ เจ้าหน้าที่จึงนำรถยนต์เข้าปิดหัวปิดท้ายเพื่อแสดงตัวเข้าจับกุมทันที

เหตุการณ์กลับไม่ราบรื่น เมื่อคนร้ายบนรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีเทา หมายเลขทะเบียน บย 4443 สระแก้ว ไม่ยอมจำนน กลับชักอาวุธปืนเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างบ้าคลั่งเพื่อเปิดทางหลบหนี ชุดสืบสวนจึงจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้ตามหลักยุทธวิธีเพื่อป้องกันชีวิตและระงับเหตุ สิ้นเสียงปืนพบบนรถกระบะมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทราบชื่อคือ นายภฐณ ณิฐิณัณญา อายุ 45 ปี ชาวจังหวัดปทุมธานี ถูกกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่เข้าจุดสำคัญ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งนำส่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถควบคุมตัวหญิงสาวที่นั่งมาในรถอีกคันได้สำเร็จ ทราบชื่อคือ น.ส.ลลิตา ยังโนนตาด อายุ 18 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็นแฟนสาวของผู้เสียชีวิต
ผลการตรวจค้นพบ ยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 20 กรัม (ซุกซ่อนในตัวผู้เสียชีวิต), ยาบ้า จำนวน 200 เม็ด (ซุกซ่อนในตัวผู้เสียชีวิต), อาวุธปืน ขนาด 9 มิลลิเมตร พร้อมเครื่องกระสุน, ยาบ้าเพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์อีกคัน, รถยนต์ที่เกี่ยวข้อง รวม 5 คัน (มีร่องรอยถูกกระสุนปืนเสียหายจากการปะทะ)

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพรถยนต์ของคนร้ายและของเจ้าหน้าที่ที่พังเสียหาย ยืนยันว่าการปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายและหลักยุทธวิธีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเริ่มจากมาตรการเบาไปหาหนัก แต่เนื่องจากคนร้ายมีอาวุธปืนและเปิดฉากยิงใส่ก่อน เจ้าหน้าที่จึงต้องยิงสวนเพื่อรักษาชีวิต
จากการสอบปากคำ น.ส.ลลิตา แฟนสาวของผู้ตาย ให้การรับสารภาพว่าตนนั่งรถมากับผู้ตายเพื่อนำยาเสพติดมาส่งให้ลูกค้าในพื้นที่จริง ซึ่งคำให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีอย่างมาก เบื้องต้นพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บวัตถุพยานอย่างละเอียด และกำลังเร่งเช็กเส้นทางการเงินรวมถึงเส้นทางลำเลียงยาเสพติด เพื่อขยายผลขุดรากถอนโคนผู้ร่วมขบวนการและเครือข่ายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

