ทวงคืนเก้าอี้ตำแหน่ง

 

“ใครไม่โดนแบบผมคงไม่รู้” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ระบายความในใจผ่านสื่อเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้ตัว

หลังจากเปิดหน้าปะฉะดะขู่ฟ้องเอาผิดระนาวกราวรูดกลุ่มที่ทำให้ตัวเองเสียภาพลักษณ์ เสียเก้าอี้ “รองแม่ทัพ”

ขณะเดียวกันได้ทำหน้งสือถึง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ยกเลิกหรือเพิกถอนคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ให้ออกจากราชการไว้ก่อน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ไม่รอกระบวนการพิจารณาความในที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจแห่งชาติ

เอกสารในหนังสือระบุประเด็นหลักในใจความสำคัญ อ้างถึงหนังสือคำสั่ง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงนามให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อออกจากราชการไว้ก่อน กลายเป็นสาเหตุที่ต้องยื่นเรื่อง

ขอให้ยกเลิกหรือเพิกถอนคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติดังกล่าว

“พร้อมทั้งคืนสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้กับข้าพเจ้าและบุคคลอื่นที่ได้รับผลกระทบ โดยให้มีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2567 เพื่อให้เกิดความถูกต้องและเป็นธรรม” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ว่า

ยืนยันตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พุทธศักราช 2565  ที่มีผลใช้บังคับในปัจจุบันได้มีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับหน้าที่ อำนาจ และภารกิจของตำรวจ รวมถึงการบริหารงานบุคคล ให้คำนึงถึงระบบคุณธรรม ความรู้ความสามารถ ความมีประสิทธิภาพและประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ

โดยเฉพาะในเรื่องการดำเนินการทางวินัยต้องเป็นไปด้วยความยุติธรรมและโดยปราศจากอคติ ตามมาตรา แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พุทธศักราช 2565

กรณีผู้นำการบริหารองค์กรตำรวจโดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในขณะนั้น ได้ใช้อำนาจและดุลพินิจในการออกคำสั่งเรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการไว้ก่อน

“อันมีลักประวิงเวลาการดำเนินการเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นอย่างใดอย่างหนึ่ง จนเป็นเหตุให้ข้าพเจ้าและบุคคลได้รับความเสียหาย”

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาลถึงทำหนังสือกล่าวหาไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ยกพฤติกรรมการกระทำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพชร์ ในฐานะรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีส่วนรู้ห็นในการเสนอความห็นดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานการปฏิบัติหน้าโดยมิชอบเพื่อให้เกิดคามเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ต่อมา สำนักนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล กลับมาปฏิบัติราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติในตำแหน่งเดิมแล้ว “ประกอบกับปัจจุบันข้าพเจ้ายังมีสถานะตำแหน่งเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงขอให้ท่านได้ใช้หน้าที่และอำนาจในตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติดำเนินการโดยเร่งด่วน เพื่อระงับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ดุลพินิจโดยไม่ขอบ ใช้อำนาจไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรมของพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ในขณะรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ”

เจ้าฉายา “โจ๊ก หวานเจี๊ยบ” ต้องการให้  ยกเลิก หรือเพิกถอนคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ให้ตัวเขาออกจากราชการไว้ก่อนและมอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบให้ปฏิบัติราชการในตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตามเดิม  

“หากพบว่าท่านไม่ดำเนินการ ละเลยหรือประวิงเวลาการดำเนินการดังกล่าวจนเป็นเหตุให้ข้าพเจ้าและบุคคลอื่นได้รับผลกระทบหรือความเสียหายต่อสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ต่อไปอีก ถือได้ว่าท่านมีเจตนากระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต”

นายพลคนดังร่างหนังสือข้อความกดดันทิ้งท้าย

RELATED ARTICLES