พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย , พ.ต.อ.อิสเรศ ปาลาพงศ์ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล พ.ต.อ.อรรชวศิษฎ์ ศรีบุญยมานนท์ ผู้กำกับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล พ.ต.ท.ปกรณ์ ทองช่วง และ พ.ต.ท.วิโรฒ จนุบุษย์ รองผู้กำกับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.วรุตม์ คำหล้า สารวัตรกองกำกับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ร.ต.อ.พิชชากร กองสวัสดิ์ ,ร.ต.อ.พงศธร อารีย์ รองสารวัตรกองกำกับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล
นายวิพากษ์ เชียงสิน อายุ 25 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 12 หมู่ที่ 10 ตำบลแสวงหา อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง บุคคลตามหมายจับ 2 หมายจับ
1. ศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 1095/2567 ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน , เปิดหรือยินยนมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด” ได้ที่หน้าบ้าน ซอยแจ้งวัฒนะปากเกร็ด17 ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเก็ด จังหวัดนนทบุรี
ก่อนจับกุม ผู้เสียหายพบว่ามีเพจ เฟซบุ๊ก ปล่อยเงินกู้ จึงทักข้อความไปยังเพจดังกล่าว เพื่อสอบถามรายละเอียดในการกู้เงิน จากนั้นคนร้ายได้ให้ผู้เสียหายติดต่อผ่านพลิเคชั่นไลน์ ต่อมาวันที่ 30 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ผู้เสียหายได้ขอกู้เงินกับทางคนร้าย จำนวนเงิน 70,000 บาท โดยคนร้ายแจ้งกับกับผู้เสียหายว่าต้องโอนเงิน ค่าประกันเงินกู้ จำนวน 1,500 บาท ค่ารับยอดเงินกู้ จำนวนเงิน 2,000 บาท ค่าวางมัดจำผ่อนชำระเงินกู้ยอดแรก จำนวน 3,500 บาท ค่าอนุมัติเงินกู้ จำนวนเงิน 2,000 บาท ค่าธรรมเนียมธนาคาร จำนวนเงิน 5,000 บาท รวมเป็น 14,000บาท ผ่านบัญชีธนาคาร นายวิพากษ์ ผู้ต้องหารายนี้ ต่อมาคนร้ายได้ติดต่อให้ผู้เสียหายโอนเงินอีกจำนวน 2,000 บาท เพื่อเป็นค่าลงทะเบียนกับธนาคารในการทำธุรกรรม ผู้เสียหายจึงรู้ตัวว่าถูกหลอกเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนจนนำมาสู่การจับกุมตัวดังกล่าว
สอบสวน ผู้ต้องให้การว่าเมื่อปี 2565 ตนได้ขายบัญชีให้นางสวย ไม่ทราบชื่อสกุลจริง ทราบเพียวว่านางสวยอาศัยอยู่ประเทศพม่า รู้จักผ่านโลกออนไลน์ นางสวยจึงได้โอนเงินค่าเปิดบัญชีให้ 3,000 บาท โอนเข้าบัญชีธนาคารที่ตนใช้อยู่และตกลงขายให้กับนางสวย 3บัญชีธนาคาร ตนจึงได้เปิดบัญชี ธนาคารออนไลน์เพิ่มอีกสองบัญชีรวม บัญชีที่ตนใช้อยู่เป็นสามบัญชี ซึ่งตนยอมรับว่าการเปิดบัญชีม้าเป็นการเปิดบัญชีที่ผิดกฎหมายโดยตนรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดผลเสียตามมาอย่างแน่นอน ที่ตนทำไปเพราะไม่มีเงินซื้อนมให้ลูก ที่อายุเพียงหนึ่งขวบในขณะนั้น ตนต้องการเงินมาซื้อนมให้ลูกเท่านั้น และยังบอกกับเจ้าที่อีกว่าถ้าผมไม่ขายบัญชีม้าผมก็ต้องขายยาผมเลือกที่จะขายบัญชีม้าดีกว่า ฝากถึงประชาชนที่คิดจะขายบัญชีม้าต้องยอมรับในสิ่งที่จะตามมาด้วย นอกจากนี้ยังพบมีหมายจับของ ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ จ.665/2567 ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2567 ในลักษณะเดียวกันติดตัวอีกด้วย ก่อนนำตัวส่ง สน.พลับพลาไชย 2 ดำเนินคดีต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ฝากความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชนถึงกลลวงของมิจฉาชีพที่มาหลายรูปแบบ โดยเฉพาะพวกหลอกลวงปล่อยเงินกู้หรือสินเชื่อ ที่ใช้การยิงแอดโฆษณาตามเฟซบุ๊ก ปล่อยกู้ง่ายได้เงินเยอะ ขอให้ท่านใช้สติอย่าหลงเชื่อ ข้อควรระวังและจุดสังเกตเว็บไซต์หรือแอปกู้เงินผิดกฎหมาย ได้รับเงินกู้ไม่เต็มจำนวนมีการอ้างว่าให้โอนเงินค่าธรรมเนียมมาก่อน จึงจะทำสัญญากู้ได้ เช่น ค่าดำเนินการ ค่ายืนยันตัวตน แอปกู้เงินถูกกฎหมาย ต้องได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลังเท่านั้น เข้าไปตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย สุดท้ายหากท่านตกเป็นผู้เสียหาย ให้รีบโทรไปเบอร์ 1441 เพื่อขอแจ้งอายัดบัญชีของมิจฉาชีพ จากนั้นรวบรวมหลักฐาน อาทิ ภาพบทสนทนา หลักฐานการโอนเงิน และนำไปแจ้งความดำเนินคดีกับสถานีตำรวจในพื้นที่หรือแจ้งความออนไลน์ที่ www.thaipoliceonline.go.th


class="td-animation-stack-type0-2" style="padding-bottom: 15px;">