ภารกิจกู้ 13 ชีวิตทีมฟุตบอลเยาวชนหมูป่าอะคาเดมีที่ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

แม้จะพบทั้ง 13 คนอยู่รอดปลอดภัยแล้ว แต่ยังต้องมีงานหนักสำคัญที่จะนำพวกเขาออกมาสู่โลกภายนอกให้ได้โดยเร็ว

ท่ามกลางโลกโซเชียลที่เต็มไปด้วยความคิดเห็นดราม่ามากมายไม่หยุด

มีทั้งโหนกระแส ขโมยซีน แข่งกับทีมซีล และทีมกู้ภัย อาศัยน้ำลายละเลงเล่นบนคีย์บอร์ด

น่าเห็นใจทุกคนที่ร่วมลงแรงรวมใจปฏิบัติหน้าที่

แม้กระทั่ง นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ที่อยู่ทำหน้าที่ปากถ้ำตั้งแต่วันแรก ก่อนจะถูกย้ายไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ตามวิถีของระบบราชการเมืองไทย

ป่วยการที่จะหาเหตุผลและเอาอารมณ์มาขุ่นมัว

เมื่อเจ้าตัวยอมรับแต่โดยดี พร้อมทั้งพิมพ์ข้อความระบายความในใจไว้ในกลุ่มไลน์การทำงานของจังหวัด

ผมต้องขออนุญาตออกจากกลุ่มไลน์ครับ ด้วยต้องเดินทางไปรับตำแหน่งใหม่ที่จังหวัดพะเยา

ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ได้ทำงานร่วมกันมาอย่างดีเยี่ยม ผมชื่นชมในผลงานของเพื่อนร่วมงานทุกท่าน ในการปฏิบัติงานบางครั้งย่อมมีความขุ่นข้องหมองใจเป็นธรรมดา

หากผมได้ล่วงเกินท่านใดไป ต้องขอกราบขออภัยด้วยใจจริง

 ผมขอฝากผลงานและหลักการดีๆ ที่ได้วางไว้แล้ว หากได้สานต่อ ผมเชื่อว่าเชียงรายของเราจะเจริญยั่งยืนอย่างแน่นอน

15 เดือนในตำแหน่ง ผวจ. ชร. คงจะเป็นความทรงจำที่มีค่ายิ่ง และตราติดในใจของผมไปชั่วชีวิต ผมรักเชียงราย และทุกคนมาก

ผมคงไม่บอกว่า ผมจะลาเชียงราย

เพราะเชียงรายได้ติดตราในดวงใจผม ไปตลอดชั่วนิรันดรแล้ว

สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณทุกท่าน และขอกล่าวอย่างจริงใจอย่างสุดซึ้ง

“ผมภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับทุกท่าน โดยเฉพาะในยามวิกฤติ กราบขอบคุณทุกพลัง และดวงใจของ จนท. และชาวเชียงราย ที่ได้ส่งผลให้มีผลงานอย่างโดดเด่นในวันนี้ ผมรักเชียงราย ผมรักทุกคน”  

ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร

นี่แหละ “วีรบุรุษตัวจริง” แห่งภารกิจกู้วิกฤติ 13 ชีวิตติดถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน