ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความภาคภูมิใจ นายกรัฐมนตรี “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นประธานพิธีส่งศพ 2 ทหารหาญสังกัด ร.23 พัน.3 ที่พลีชีพขณะปฏิบัติหน้าที่ป้องกันอธิปไตยชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำรัฐบาลพร้อมดูแลครอบครัวผู้เสียสละอย่างดีที่สุด ชูเป็นต้นแบบความกล้าหาญของชาติ
วันที่ 21 ธันวาคม 2568 ที่โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน จ.สุรินทร์ เสียงแตรนอนที่ดังขึ้นอย่างกึกก้อง สลับกับเสียงฝีเท้าที่พร้อมเพรียงของกองเกียรติยศ คือสัญลักษณ์ของการอำลาครั้งสุดท้ายแก่ จ่าสิบเอกสำเริง คลังประโคน และ พลทหารภาณุพัฒน์ เสาร์สา สองทหารกล้าสังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 ที่ต้องสูญเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตยตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาเป็นประธานในพิธีด้วยตนเอง โดยมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความอาลัย นายกรัฐมนตรีได้เข้าไปพูดคุยและมอบกำลังใจให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างใกล้ชิด พร้อมยกย่องว่าการเสียสละครั้งนี้คือการกระทำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของลูกผู้ชายที่ชื่อว่า “ทหาร”

”เราจะไม่มีวันทิ้งใครไว้ข้างหลัง ความกล้าหาญของพวกท่านจะถูกจารึกไว้ในฐานะวีรบุรุษผู้ปกป้องแผ่นดินไทย รัฐบาลและกองทัพจะดูแลครอบครัวของผู้เสียสละอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้สมกับที่ท่านได้สละชีพเพื่อความสงบสุขของประชาชน” นายอนุทินกล่าว

ภายในพิธีประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงและข้าราชการทุกภาคส่วน อาทิ นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผวจ.สุรินทร์, พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบช.ภ.3 และ พลตรี ไชยนคร กิจคณะ ผบ.มทบ.25 พร้อมด้วยกำลังพล จิตอาสา 904 และประชาชนที่มาร่วมส่งดวงวิญญาณของนักรบไทยกลับสู่มาตุภูมิ

ขบวนกองเกียรติยศเคลื่อนย้ายร่างทหารกล้าอย่างสง่างามและสมศักดิ์ศรี เพื่อมุ่งหน้าสู่ภูมิลำเนาเดิมในการประกอบพิธีทางศาสนา ท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมรบที่ยืนทำความเคารพอย่างสุดซึ้ง สะท้อนให้เห็นว่า “หน้าที่อันยิ่งใหญ่” นั้นมาพร้อมกับ “หัวใจที่เสียสละ” อย่างแท้จริง

สำหรับทั้งสองนายเสียที่ชีวิตระหว่างปฏิบัติภารกิจเข้ายึดพื้นที่ เนิน 350 ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญใกล้กับปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ในช่วงแรก (16-19 ธ.ค.) กองทัพไทยยังไม่สามารถนำร่างของทั้งสองนายออกมาจากพื้นที่ได้ เนื่องจากมีการปะทะอย่างรุนแรงต่อเนื่อง มีทั้งกับระเบิดและการซุ่มโจมตีจากฝ่ายกัมพูชา

กองทัพไทยใช้เวลาสู้รบกว่า 120 ชั่วโมง (5 วัน) จนกระทั่งสามารถบุกยึดเนิน 350 ได้เบ็ดเสร็จและปักธงชาติไทยได้สำเร็จเมื่อวันที่ 20-21 ธันวาคม จึงสามารถนำร่างวีรชนทั้งสองกลับออกมาได้อย่างสมเกียรติ เหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความสะเทือนใจให้แก่พี่น้องประชาชนชาวไทย แต่ยังเป็นการย้ำเตือนถึงภารกิจอันหนักอึ้งของกำลังพลที่ประจำการตามแนวชายแดนที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงตลอดเวลา เพื่อให้คนในชาติได้หลับสบาย

การให้เกียรติและสดุดีวีรบุรุษในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงการทำตามระเบียบพิธี แต่เป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันของคนไทยทั้งชาติว่าจะไม่ลืมเลือน “ผู้ปิดทองหลังพระ” ที่ยอมพลีชีพเพื่อธงไตรรงค์และผืนแผ่นดินเกิด

