ใกล้ถึงบทอวสานของผู้ที่อยู่เบื้องหลังทุจริตการก่อสร้างโรงพักทดแทนทั่วประเทศจริงหรือ

เมื่อ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ออกมาให้สัมภาษณ์ขึงขังถึงความคืบหน้ากรณีแจ้งข้อกล่าวหา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการอนุมัติโครงการก่อสร้างแฟลตที่พักข้าราชการตำรวจ 163 แห่งทั่วประเทศ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

อีกทั้งรวมกับพวก ทุจริตโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจ หรือโรงพักทดแทน 396 แห่ง ในสมัย พล.ต.อ.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้นำรัฐบาล ยุค พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ เป็นรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติขยายเวลาให้ผู้ถูกข้อกล่าวหามาชี้แจงถึงปลายเดือนสิงหาคม 2561

หลังจากยืดเยื้อกันมานานหลายปี

โรงพักหลายแห่งทั่วประเทศยังคงถูกทิ้งร้างเป็น มหากาพย์อนุสรณ์ ของการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ที่ยากจะปัดความรับผิดชอบ

นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติยืนยันว่า ได้แจ้งข้อหาล่าวผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดไปแล้ว

เนื่องจากพบว่ามีมูลเพียงพอ

ขั้นตอนต่อไป คณะทำงานและอนุกรรมการจะได้นำมาประมวลและวิเคราะห์ก่อนที่จะสรุปเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่ให้พิจารณา

สำหรับโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) 396 แห่งทั่วประเทศ เกิดขึ้นจากงบประมาณ “ไทยเข้มแข็ง” ของรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชะชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ตั้งงบประมาณไว้ 6,672 ล้านบาท

มี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี อนุมัติเมื่อ 9 มิถุนายน 2552 ก่อนจะมาเปลี่ยนสัญญาแยกประมูล 12 ฉบับที่กระจายให้ผู้รับเหมาท้องถิ่นเพื่อความรวดเร็วในการก่อสร้าง รวมเป็นสัญญาเดียวภายหลัง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถูกปลดเปลี่ยนมือมาเป็น พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการแทน

อนุมัติให้จัดจ้าง บริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้ก่อสร้าง วงเงิน 5,848 ล้านบาท เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2553 สัญญาเริ่มต้นวันที่ 26 มีนาคม 2554 สิ้นสุด 17 มิถุนายน 2555

ระยะเวลาการก่อสร้างรวม 450 วัน

ปรากฏว่า บริษัทขอขยายสัญญา 3 ครั้ง ครบกำหนดเวลาก่อสร้าง 14 มีนาคม 2556 แต่สัญญากำหนดให้จ่ายเงินล่วงหน้าให้ผู้รับจ้างร้อยละ 15 ของราคาค่าจ้าง

สุดท้ายการก่อสร้างไม่มีความคืบหน้า ไม่เสร็จตามกำหนดระยะเวลา

กลายเป็นแท่งเสาคอนกรีตทิ้งโด่เด่ หลายโรงพักอาคารเก่าโดนรื้อไปหมดแล้ว ต้องย้ายที่ทำการโรงพักชั่วคราวทำเหมือนราว “เจ้าไม่มีศาล”

ความเสียหายที่เกิดขึ้นรัฐบาลพรรคไทยรักไทยงัดเอาขึ้นมาเป็นประเด็นส่อแววทุจริตปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษรวบรวมพยานหลักฐาน เสนอคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

ฟันผิดข้าราชการและนักการเมืองที่เกี่ยวข้อง

นายอภิสิทธิ์ เวชชะชีวะ นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นรอดพ้นข้อกล่าวหา

ส่วน บริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด อัยการสั่งไม่ฟ้องเนื่่องจากไม่พบหลักฐานความผิดฮั้วประมูล

มีเพียง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีคุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติครั้งนั้นที่ยัง “ติดบ่วง” มัวหมองในก่อสร้าง 396 โรงพักฉาว

เป็นเรื่องราววัดใจ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จะกล้าเด็ดขาดกับนักการเมืองมากน้อยแค่ไหน

ภายใต้อำนาจรัฐบาลเผด็จการทหารที่คุยโม้โอ้อวดจะต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น !!!