“เป็นฝ่ายข้าราชการประจำ เหมือนหน้างานประชาสัมพันธ์ สร้างแบรนด์ให้รัฐบาล”

 

ผ่านเข้ารอบ 20 คนสุดท้ายบนเวทีมิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2020

ชีวิตของ “มิ้นท์” พรปรียา จำนงบุตร ครบเครื่องเต็มไปด้วยความรู้ความสามารถเข้าไปเป็นนักวิเทศสัมพันธ์ปฏิบัติการ สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่พิธีกรสองภาษางาน Ignite Thailand และพิธีกรภาษาอังกฤษงานเลี้ยงอาหารกลางวันแขกในการเยือนของผู้นำประเทศต่าง ๆ

เธอเป็นชาวกรุงเทพมหานครเกิดในครอบครัวพ่อรับราชการกระทรวงศึกษาธิการเป็นถึงผู้ตรวจราชการ ส่วนแม่ทำธุรกิจส่วนตัว วัยเด็กจบประถมโรงเรียนมณีวัฒนาไปต่อมัธยมโรงเรียนศึกษานารีก่อนบินไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ซีแอตเทิล สหรัฐอเมริกา

กลับเข้ามาสอบคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจบออกมาได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง แล้วเดินตามความฝันเป็นพนักงานต้อนรับของสายการบินเอมิเรตส์นาน 4 ปี ลาออกเพราะได้ทุนสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนไปศึกษาต่อปริญญาโทอาชญาวิทยาที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ

ปัจจุบันกำลังศึกษาหลักสูตรศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาอาชญาวิทยาและงานยุติธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“เลือกเรียนอาชญาวิทยาเพราะส่วนตัวสนใจเรื่องกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะด้านราชทัณฑ์ เหมือนเป็นปลายน้ำของระบบกระบวนการยุติธรรม เราจะมีการพัฒนาระบบเรือนจำอย่างไรบ้างเพื่อให้ผู้ต้องขังกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ” มิ้นต์ให้เหตุผล

ทำให้เธอกลับมาใช้ทุนเริ่มต้นเข้าทำงานเป็นนักทัณฑวิทยาปฏิบัติการ สำนักงานรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ฝ่านพัฒนา มีโอกาสเป็นผู้เทนกรมราชทัณฑ์เข้าร่วมเสนอการดำเนินการ The Life-changing Prison Library  ของราชทัณฑ์ไทยที่ประเทศฟิลิปปินส์ และเป็นผู้แทนถ่ายภาพตัวอย่างการแต่งกายเครื่องแบบกรมราชทัณฑ์

นอกจากนี้ยังเป็นผู้จัดการด้านการเรียนรู้และพัฒนาโครงการ Thailand Hogh3Speed Rail Social Safeguards Project  ของสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นอาจารย์พิเศษด้านอาชญาวิทยาและงานยุติธรรมโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และยังทำหน้าที่ประจำรายการถกไม่เถียงช่อง 7HD อีกด้วย

ตัดสินใจเข้าประกวดมิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ เนื่องจากมองเป็นเวทีให้ได้ใช้ประสบการณ์ทั้งในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนำไปใช้เป็นประโยชน์ได้ จากนั้นพลิกผันเข้าทำเนียบรัฐบาลอยู่สำนักโฆษก สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีด้วยประสบการณ์ทำงานด้านประชาสัมพันธ์และอื่น ๆ ไม่น้อย

“เป็นฝ่ายข้าราชการประจำ เหมือนหน้างานประชาสัมพันธ์ สร้างแบรนด์ให้รัฐบาล  ดูเรื่องข่าวต่างประเทศ รับผิดชอบว่าจะเลือกแถลงข่าวอะไรในวันนี้ โดยเฉพาะข่าวประชาสัมพันธ์ พยายามหาแหล่งข่าวว่า มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง ทั้งเรื่องที่กระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่เราจะไม่มองในด้านลบอย่างเดียว เราจะส่งเสริมความเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างไรบ้างด้วย” เธอว่า

“ในฐานะที่เราเป็นเหมือนโฆษกของรัฐบาล เราจะนำเสนออะไรให้ประชาชนเข้าใจถึงแนวทางการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ  ข่าวสารต่างๆ ด้านการต่างประเทศที่ประชาชนต้องการทราบ หรือ ควรรับทราบไว้ เช่นเรื่องจีนเทา เพราะมีผลต่อการใช้ชีวิตของประชาชน เรื่องอาชญากรรมที่เราพยายามนำเสนอว่า เป็นเรื่องอาชญากรรมองค์กรนะ ไม่ใช่เรื่องของแค่องค์กรเดียว แล้วไม่ใช่ประเทศเดียวที่จะสามารถแก้ไขได้ ต้องมีความร่วมมือจากหลายประเทศด้วยในการแก้ปัญหาตรงนี้”   

เธอยอมรับว่า ได้เห็นมุมมองที่ต่างออกไปจากสมัยทำงานอยู่กรมราชทัณฑ์ที่สนับสนุนการทำงานของประเทศ แต่ปัจจุบันต้องดูทุกส่วนเป็นมุมมองที่เปิดกว้างมากขึ้น ส่วนอนาคตอาจโฟกัสเรื่องเรียนต่อปริญญาเอกให้จบก่อนค่อยว่ากันอีกที

 

 

RELATED ARTICLES