เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 69 พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.ชัยวุฒิ เกียรติก้องกำจาย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป., ว่าที่ พ.ต.ต.ดิฐาศักดิ์ โชติเธียรศรณ์ สว.กก.4 บก.ป., ร.ต.อ.ถวิล สายอินต๊ะ รอง สว.กก.4 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. เข้าจับกุม นายณัฐพงษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ชาวจังหวัดเชียงใหม่ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาจำนวน 2 หมาย ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์, มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และความผิดฐานอั้งยี่ ซ่องโจร, ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน, ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยโดยไม่ได้รับอนุญาต และปลอมแปลงเอกสารราชการ จับกุมได้ในพื้นที่ ต.หนองบัว อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่
เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า นายณัฐพงษ์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับที่หลบหนีคดี ได้ย้อนกลับมากบดานอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านใหม่หนองบัว ต.หนองบัว อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ จึงได้นำกำลังเข้าเฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งพบบุคคลที่มีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ ยืนอยู่บริเวณศาลาริมถนนภายในหมู่บ้าน จึงแสดงตัวเข้าจับกุม โดยผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน

จากการสืบสวนขยายผลพบว่า นายณัฐพงษ์เป็นหนึ่งในขบวนการแก๊งสแกมเมอร์ (Scammer) ที่มีสมาชิกรวมกว่า 42 คน ร่วมกันหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ในหลายรูปแบบ อาทิ การชักชวนลงทุนในโครงการเท็จ, การหลอกให้เล่นเกมออนไลน์หรือทำงานเสริม, การล่อลวงให้เล่นการพนันออนไลน์โดยอ้างผลตอบแทนสูง
เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเข้าสู่ระบบ ขบวนการดังกล่าวจะตัดการติดต่อทันที สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างทั่วประเทศ โดยมีการร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ที่กองปราบปรามและสถานีตำรวจในท้องที่ต่างๆ เป็นจำนวนมาก
เบื้องต้น นายณัฐพงษ์ให้การรับสารภาพว่า ก่อนช่วงสถานการณ์โควิด-19 ตนได้รับการชักชวนให้เดินทางไปทำงานที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา โดยใช้ช่องทางธรรมชาติในการเดินทาง ในช่วงแรกทำหน้าที่เป็นแอดมินแชทเพื่อหลอกลวงเหยื่อชาวไทย ก่อนถูกขยับขึ้นไปรับผิดชอบด้านการโอนเงิน (บัญชีม้า/เส้นทางการเงิน)
ซึ่งตนได้รับค่าตอบแทนเดือนละประมาณ 60,000 บาท ขณะที่วงเงินหมุนเวียนในขบวนการสูงถึงวันละหลายล้านบาท หรือประเมินได้กว่า 300 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ผู้ต้องหาเผยถึงด้านมืดภายในคอลเซ็นเตอร์ว่า หากพนักงานทำยอดไม่ได้ตามเป้า จะถูกลงโทษอย่างโหดร้าย เช่น การใช้ไฟฟ้าช็อต หรือการถูกขังเดี่ยวโดยไม่ให้รับประทานอาหาร ด้วยความหวาดกลัวว่าตนเองจะถูกทารุณกรรมเช่นนั้น จึงตัดสินใจลักลอบหนีกลับประเทศไทย
ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

