เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 เมษายน 2569 พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา มอบหมายให้ พ.ต.ท.อธิสรรค์ โพธิ์ศรี รองผู้กำกับการจราจร นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองนครราชสีมา ตั้งจุดตรวจบังคับใช้กฎหมายและกวดขันวินัยจราจร บริเวณหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) บนถนนสุรนารายณ์ เพื่อเริ่มมาตรการความปลอดภัยทางถนนตามกฎหมายใหม่อย่างเต็มรูปแบบ

การปฏิบัติงานในครั้งนี้ถือเป็นวันแรกของการยกระดับมาตรการ “จับจริง ปรับจริง” โดยจะไม่มีการว่ากล่าวตักเตือนเหมือนที่ผ่านมา เพื่อมุ่งเน้นการสร้างวินัยจราจรอย่างยั่งยืนและลดสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการคัดกรองและตรวจสอบผู้กระทำผิดกฎจราจรอย่างละเอียด
สำหรับฐานความผิด 10 ข้อหาหลักที่เจ้าหน้าที่มุ่งเน้นการจับกุม ประกอบด้วย ขับรถเกินอัตราความเร็วที่กฎหมายกำหนด, ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร, ไม่สวมหมวกนิรภัย (หมวกกันน็อก), ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย, ขับรถย้อนศร, แซงในที่คับขันหรือแซงในเส้นทึบ, ขับรถบนทางเท้า, ใช้โทรศัพท์เคลื่อนขณะขับขี่, ไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย, ขับขี่รถในขณะเมาสุรา

จากการปรับเพิ่มอัตราโทษตามกฎหมายจราจรฉบับใหม่ ผู้ฝ่าฝืนจะต้องระวางโทษดังนี้ ฝ่าไฟแดง, ขับย้อนศร หรือแซงในที่คับขัน: ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท, ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท, ไม่สวมหมวกนิรภัย ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท, เมาแล้วขับ โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000–20,000 บาท (หรือทั้งจำทั้งปรับ) และอาจถูกพิจารณาพักใช้ใบอนุญาตขับขี่
“เป้าหมายของการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการจับกุม แต่คือการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน”

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนนให้เคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นและร่วมกันสร้างสังคมการขับขี่ที่ปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาต่อไป

