พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.น.6, พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ รอดเข็ม ผกก.สส.บก.น.6,สั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.6, สนธิกำลังหน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก เข้าจับกุม นายประเวศ (เวศ) อายุ 45 ปี (ชาว จ.กาญจนบุรี), นายษะไปรย์ (บอล) อายุ 44 ปี (ชาว จ.กาญจนบุรี), นายคงทอง (อ๊อฟ) อายุ 24 ปี (ชาว จ.กาญจนบุรี) และนายวรพัฒน์ (โจ) อายุ 45 ปี (ชาว จ.อุดรธานี) พร้อมของกลาง ยาไอซ์จำนวน 180 กิโลกรัม, รถยนต์โตโยต้า วีออส (รถนำทาง), รถกระบะอีซูซุ ดีแมกซ์ (รถลำเลียง) และรถบรรทุกหกล้อฮีโน่ (รถขนส่งพัสดุ) ได้ที่สถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ ตำบลห้วยโรง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี

คดีนี้สืบเจ้าหน้าตำรวจทราบว่า จะมีขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ลำเลียงยาลงสู่ภาคใต้ โดยอาศัยความแนบเนียนของระบบขนส่งโลจิสติกส์เอกชน เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าสังเกตการณ์จนพบรถยนต์ต้องสงสัยขับขี่ตามกันมาเป็นขบวนเพื่อสำรวจเส้นทาง ก่อนจะมีรถบรรทุก 6 ล้อซึ่งเป็นรถขนส่งพัสดุขับเข้ามาจอดสมทบภายในสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ ตำบลห้วยโรง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี จากนั้นกลุ่มชายในรถได้ช่วยกันขนย้ายกล่องพัสดุสีน้ำตาลท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นทันที

จากการตรวจสอบกล่องพัสดุจำนวน 4 กล่อง พบ ยาไอซ์ยี่ห้อ GUANYINWANG จำนวน 180 ถุง น้ำหนักรวม 180 กิโลกรัม นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ยึดรถยนต์ที่ใช้กระทำความผิด 3 คัน ประกอบด้วย รถยนต์โตโยต้า วีออส (รถนำทาง), รถกระบะอีซูซุ ดีแมกซ์ (รถลำเลียง) และรถบรรทุกหกล้อฮีโน่ (รถขนส่งพัสดุ) พร้อมทั้งขยายผลยึดทรัพย์สินเพิ่มเติม เป็นรถตู้โตโยต้า คอมมิวเตอร์ (Toyota Commuter) และทรัพย์สินอื่น ๆ รวมมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท

จากการขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายประเวศ (ผู้ต้องหาที่ 1) ในพื้นที่ ตำบลท่ามะกา อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่พบกล่องพัสดุเปล่าและเทปกาวสีน้ำตาลซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับแพ็กหีบห่อยาเสพติดอีกเป็นจำนวนมาก

ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า เครือข่ายนี้มีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบ โดยนายประเวศ, นายษะไปรย์ และนายคงทอง (ผู้ต้องหาที่ 1-3) ทำหน้าที่ไปรับยาเสพติด นำมาแพ็กใส่กล่องพัสดุเพื่อตบตา และขับรถนำมาส่งให้ตามจุดนัดหมาย ส่วนนายวรพัฒน์ (ผู้ต้องหาที่ 4 ซึ่งเป็นคนขับรถขนส่ง) ทำหน้าที่รับช่วงต่อเพื่อขับรถพัสดุลำเลียงไปส่งมอบให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคใต้
ผู้ต้องหาให้การอีกว่า ได้รับค่าจ้างครั้งละประมาณ 70,000 – 100,000 บาทต่อคน เพื่อนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยมี “ชายไทยไม่ทราบชื่อ” ซึ่งหลบหนีอยู่ฝั่งประเทศเมียนมา เป็นผู้ควบคุมและโทรศัพท์สั่งการอยู่เบื้องหลัง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน เป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะเร่งขยายผลจับกุมผู้บงการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังต่อไป

