ศาลอนุญาตโจทก์ถอนฟ้อง “พิชัย นิรันต์” ศิลปินแห่งชาติในวัย 90 ปี

 

ปิดฉากคดีความอันยาวนานของนายพิชัย นิรันต์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปี 2546 ในวัย 90 ปี หลังจากคู่กรณีได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องต่อศาลแขวงเชียงใหม่ ในระหว่างนัดสืบพยานระหว่างวันที่ 24-26 มิถุนายน 2569 และศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้อง พร้อมจำหน่ายคดีออกจากสารบบ ส่งผลให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามกฎหมาย และคดีสิ้นสุดลงโดยเด็ดขาด เสมือนหนึ่งว่าเรื่องราวนี้ไม่เคยเกิดขึ้น

คดีดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นจากการที่บุคคลผู้หนึ่ง นำเอกสารที่มีลายมือชื่อของนายพิชัย นิรันต์ไปกรอกข้อความในภายหลังระบุได้ซื้อภาพผลงานชิ้นหนึ่งที่สำคัญมากของนายพิชัย นิรันต์ แต่ไปพบว่าได้ถูกขายให้กระทรวงวัฒนธรรมไปแล้ว ก่อนมีการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ มากมาย สร้างความเข้าใจผิดและส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงอันทรงเกียรติของนายพิชัย นิรันต์มาตลอด อย่างไรก็ตาม ในชั้นพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน และมีคำสั่ง “ไม่ฟ้อง” ส่งไปยังพนักงานอัยการ แต่ฝ่ายผู้กล่าวหายังคงนำคดีมาฟ้องร้องเองต่อศาลแขวงเชียงใหม่

ในการนัดพิจารณาคดีครั้งนี้ ได้เกิดภาพความประทับใจและความร่วมมือครั้งสำคัญของวงการศิลปะไทย เมื่อมีกลุ่มลูกศิษย์ คณาอาจารย์ นักสะสมงานศิลปะ และผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศจำนวนมาก เดินทางไปพร้อมเป็นพยานในชั้นศาลเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ให้อาจารย์ศิลปะคนดัง พยานทุกคนต่างเชื่อมั่นในเจตนารมณ์อันแรงกล้าของศิลปินแห่งชาติท่านนี้ไม่มีทางที่จะขายผลงานชิ้นดังกล่าวให้แก่คู่กรณีอย่างแน่นอน เนื่องด้วยข้อเท็จจริงที่ว่านายพิชัย นิรันต์ มีความตั้งใจอันแน่วแน่ที่จะรักษาผลงานชิ้นนี้ไว้ให้เป็นสมบัติของชาติเป็นสำคัญ

นายพิชัย นิรันต์ ปัจจุบันอายุ 90 ปี ในฐานะจำเลย เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความจริงอย่างสง่างาม ยึดมั่นว่างานศิลปะไม่ได้มีเพียงมูลค่าทางการค้า แต่มีคุณค่าทางจิตใจอันประเมินค่าไม่ได้ การยืนหยัดต่อสู้มีพลังจากคนในวงการศิลปะมาร่วมเป็นพยาน เป็นสิ่งยืนยันถึงเกียรติคุณที่สั่งสมมาตลอดชีวิต และยังเป็นการรวมพลังต่อสู้เพื่อวงการศิลปะไทย

การที่ฝ่ายโจทก์ตัดสินใจขอถอนฟ้องในระหว่างการพิจารณาคดีถือเป็นบทสรุปที่คืนความบริสุทธิ์และเกียรติยศทั้งหมดให้แก่นายพิชัย นิรันต์ อย่างเป็นทางการ ทำให้เรื่องราวที่ผ่านมาทั้งหมดสะท้อนข้อเท็จจริงให้สังคมได้เห็น และนำไปคิดพิจารณาถึงน้ำหนักของพยานหลักฐาน ตลอดจนพลังแห่งความศรัทธาของคนในวงการศิลปะที่ร่วมกันปกป้องศิลปินและสมบัติของชาติจนกระทั่งความจริงปรากฏในท้ายที่สุด

RELATED ARTICLES