ความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายเสมือนโรคร้ายที่ต้องการหมอรักษา

ไม่ใช่มองเป็นเพียงคนไข้อาการน้อยนิดปล่อยไว้เดี๋ยวก็หาย

หรือไม่ก็คงตายไปเอง

พล.ต.ต.ศรายุทธ พูลธัญญะ รักษาราชการรองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ได้ยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการข้าราชการตำรวจเมื่อไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บัญชาการ-ผู้บังคับการ ในวาระแต่งตั้งประจำปี 2561

ระบุว่า คณะกรรมการข้าราชการตำรวจใช้หลักเกณฑ์การแต่งตั้งตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2561 ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ง (4) และมาตรา 260

หลักเกณฑ์ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีใช้อาวุธโสร้อยละ 33 ส่วนที่เหลือร้อยละ 67 ไม่ได้ใช้หลักอาวุโส

ขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่กำหนดไวเพียงหลักการเดียว คือ “หลักอาวุโส”

พล.ต.ต.ศรายุทธ พูลธัญญะ จบโรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 36 เพื่อนนักเรียนร่วมรุ่นกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อาวุโสลำดับ 15 ไม่ได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น แถมยังถูกย้ายจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ไปเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน

มีความประสงค์ขอให้มติคณะกรรมการข้าราชการตำรวจในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ-ผู้บังคับการ ในวันที่ 27 กันยายน 2561 และ 2 ตุลาคม 2561

เป็นโมฆะ

และขอให้มติใหม่ให้แต่งตั้งผู้ร้องทุกข์เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นตามลำดับอาวุโสสูงสุดลงมาจนครบตามตำแหน่งว่าง

เช่นเดียวกับ พ.ต.อ.พรพันธ์ ทิวขำ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร ที่ยื่นหนังสือร้องทุกข์ในลักษณะเดียวกัน หลังจากไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ-ผู้บังคับการเที่ยวที่ผ่านมา

งัดเอาระเบียบหลักเกณฑ์ในการแต่งตั้งมาเป็นเอกสารหลักฐานแจงข้อผิดพลาดของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ

ระบุว่า คณะกรรมการข้าราชการตำรวจทุกท่าน ทราบดีอยู่แล้วว่า หลักอาวุโสตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับนี้ เป็นการกำหนดที่ไม่ถูกต้อง ประกอบกับในส่วนของข้าราชการตำรวจ มีการกำหนดหลักเกณฑ์การจัดลำดับอาวุโสไว้โดยเฉพาะ

แต่ได้กระทำโดยร่วมกันมีมติให้ข้าราชการตำรวจที่มิได้อยู่นำลำดับอาวุโสที่มีสิทธิได้รับการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเป็นผู้ได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ข้าราชการตำรวจผู้นั้นได้ประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบ

ทำให้เกิดผลร้ายและความเสียหายแก่ข้าราชการตำรวจที่อยู่ในลำดับอาวุโสที่มีสิทธิได้รับการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น แต่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจชุดดังกล่าวไม่ได้มีมติให้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น

ดังเช่นข้าพเจ้าที่มีลำดับอาวุโสระดับรองผู้บังคับการที่ 41 จากจำนวนประกาศลำดับอาวุโส ระดับรองผู้บังคับการทั้งสิน 485 ลำดับ ความเสียหายนั้นได้แก่ ข้าพเจ้าไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น เป็นผู้บังคับการ ทำให้ไม่ได้การพระราชทานยศสูงขึ้น ทำให้ไม่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงขึ้น ทำให้ไม่ได้รับอัตราเงินเดือนสูงขึ้น ทำให้ไม่ได้รับเงินประจำตำแหน่งสูงขึ้น”

เสียสิทธิอันพึงมีพึงได้

ตำแหน่งผู้บังคับการมีตำแหน่งว่า 85 ตำแหน่ง ผู้ร้องทุกข์อยู่ในลำดับอาวุโสลำดับ 41 หากใช้หลักเกณฑ์หลักอาวุโสตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตา 260 วรรค 3  ตัวเขาต้องได้รับการแต่งตั้งเป็น “ผู้บังคับการ”

รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร จึงร้องทุกข์ขอให้มติคณะกรรมการข้าราชการตำรวจในการแต่งตั้งโยกย้ายในระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ-ผู้บังคับการในวันที่ 27 กันยายน 2561 และ 2 ตุลาคม 2561 เป็นโมฆะ (ยกเลิกมติทั้งสองครั้ง)

“ขอให้คณะกรรมการข้าราชการตำรวจมีมติใหม่ แต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งแก่ข้าพเจ้าและรองผู้บังคับการผู้มีอาวุโสสูงสุดลงมาตามลำดับจนครบจำนวนตำแหน่งว่าง”

เลือกโยนหินกรุยทาง

ทั้งที่อาจรู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ !!!