ปรากฏการณ์ “ฟ้าผ่า” กลางทุ่งปทุมวันสั่นสะเทือนเก้าอี้ใหญ่หลายตัว

หลายคนยังคง “หนาวกาย” แต่ “ร้อนใจ” ยิ่งกว่าอุณหภูมิทะลัก 40 กว่าองศาในเดือนเมษายน

ขอหยิบยืมคำเปรียบเปรยของนักข่าวรุ่นเก่าคนหนึ่งที่เห็นการเปลี่ยนแปลงในองค์กรตำรวจมาหลายยุคหลายสมัยจนกลายเป็นเรื่อง ชินตา ชินชา ความรู้สึก

เขาให้มองเป็นสัจธรรมสำหรับผู้นำลุแก่อำนาจ

ถึงเวลาไม่ต่างจาก “หมาตายเห็บกระโดด”

กระโดดไปเกาะหา “หมาตัวใหม่” ถ่ายเลือดอำนาจผลประโยชน์อย่างอิ่มหนำสำราญไม่สนร่าง “หมาตัวเก่า”ที่สภาพไม่ต่าง “หมาหัวเน่า” ถูกทิ้งลอยแพขึ้นอืดที่มีหนอนไชยั้วเยี้ย

ไม่อยากมีใครเข้าใกล้

เมื่อหมดเลือดให้เกาะดูดกินทั้งที่ครั้งหนึ่งพากันพุงกาง

ว่าแล้วอยากจะย้อนไปถึงอดีตที่หวานชื่นตลบอบอวลไปด้วย “อำนาจบารมี” คับอาณาจักร

ก่อนการเลือกตั้งครั้งสำคัญของประเทศ มีพิธีจัดกิจกรรมโรดแมปเอาใจประชาชนคนยากคนจนในหลายพื้นที่ภูมิภาค

ขบวนการเหลือบไร “แลกใจ” ผู้หลักผู้ใหญ่หลงวังวนอยู่บนเก้าอี้จัดแจงเรียก “แม่ทัพนายกอง” บ้านนอกตั้งแผง “ปลูกผักชี” หว่านกลิ่นหอมระดมพลพรรคเข้ามารุมตอมให้ดูสมเกียรติ

ทว่าต้องมีค่าใช้จ่ายในการจัดพิธีรีตอง

ผ่าน “บริษัทจัดงาน” หรือ Organize สาวชื่อ “หมวย”

สนนราคาค่าใช้จ่ายอยู่ราว เกือบหนึ่งล้านบาท พร้อมกับมีการ “ขู่” ไปด้วยว่า หากไม่มียอดตัวนี้ อาจมีการให้คะแนน “ขุนพล” พื้นที่จังหวัดนั้นในอนาคต

หลายคนต้องมาไล่เบี้ยตามโรงพักระดมทุนหาเงิน “กู้หน้า” สุดท้ายไม่พ้นต้องไปไถจาก นักธุรกิจสีเทาไปจนถึง ดำสนิท

มันคือ ชะตากรรมของตำรวจบ้านนอก

“สาวหมวย” แม่งานอีเว้นท์คนเก่งร่วมปั่นผลงานส่วนหนึ่งให้พรรคการเมืองใหญ่ชนะคะแนนเลือกตั้งบน ความชอกช้ำ ของตำรวจหลายหน่วย

จัดฉากแจกภาพสวยหรูทั้งที่รู้เป็นเรื่อง “แหกตา”

เธอตะลอนไปทุกที่ที่มีพิธี “ผักชีโรยหน้า”

ถามว่า เธอเป็นใคร มาเกี่ยวข้องเก็บเงินนับล้านได้อย่างไร และทำไม “แม่ทัพนายกอง” ร้องกันกระจองอแง

ลองเลียบเคียงไปสุ่มกระซิบถาม “ขุนพลภูธร” แต่ละจังหวัดกันเอง !!!