ตำรวจเป็นองค์กรที่มีต้นทุนทางสังคมต่ำ

แม้เป็น “ต้นธาร” ที่สำคัญของกระบวนการยุติธรรมยังถูกแทรกแซงจากอำนาจนอกรั้ว

อำนาจที่ผูกติดอยู่กับนักการเมืองที่ฝังรากลึกมานานไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัยรัฐบาล

จาก “รัฐมนตรีมหาดไทย” ผลัดใบไปสู่กำมือ “นายกรัฐมนตรี”

สุดท้ายยังเวียนว่ายอยู่ใน “วังวนเก่า”

จับตา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้นำประเทศที่มาจากกระบวนการเลือกตั้ง ไม่มีพลังคำสั่งมาตรา 44 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จะใช้โอกาสเปลืองแค่ไหนในการเข้าบริหารงานองค์กรสีกากีที่ตัวเอง “ถือสิทธิ” ถูกต้องตามกฎหมาย

สิทธิขาดที่อาจมอบให้รองนายกรัฐมนตรีคนไหนนำไปใช้เป็น “ดาบ” กำหนดให้เหล่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ “ยอมศิโรราบ” อยู่ภายในอาณัติไม่กล้าขัดนโยบาย สั่งซ้ายหัน-ขวาหัน ปั่นอารมณ์ตามอำเภอใจ

ทั้งที่บางทีเป็น คำสั่งโดยมิชอบ ทว่าคำตอบของเหล่า “ขุนทัพสีกากี” ต้อง “ครับ” อย่างเดียว ไม่อย่างนั้นอาจต้องไปเที่ยวลงกรุ นั่งปะผุเก้าอี้ที่เต็มไปด้วย “หยากไย่” ไม่มีงานทำเป็นชิ้นเป็นอัน

ตลอด 5 ปีบนอำนาจเผด็จการทหาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เดินทางไปเยี่ยมเยียนสำนักปทุมวันแทบนับครั้งได้ เพราะมอบหมาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม “พี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์” ไปทำหน้าที่แทน

มีแผนปฏิรูป “ผ่าตัดองค์กรตำรวจ” ถูกวางไว้สวยหรูได้ กูรู กูรู้บ้าง ไม่รู้บ้าง เป็นผู้เชี่ยวชาญจาก “นักวิชาการนอกรั้ว” มาร่วมสังฆกรรมปู้ยี่ปูยำชะตากรรมคนในเครื่องแบบป่นปี้ ด้วยเพราะ “อคติ” อยู่เต็มหัว ก่อนล่มไม่เป็นท่าเนื่องจากว่า “ขัดขากันเอง”

ถึงกระนั้นสำนักปทุมวันยังคง “ง่อนแง่น” ไร้จุดหมาย แถมมี “ไอ้โม่ง” เข้ามาร่วมทำลายบ้านตัวเอง ทำเป็นนักเลงจัดบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายอย่างหิวกระหาย กระแสเงินเดินสะพัด แต่ติดขัดตรงไม่มีหลักฐานยืนยันการกระทำผิด “คิดชั่ว” ในการซื้อขายตำแหน่ง “แบ่งเค้ก” ส่งถึงคนบางกลุ่ม

มะรุมมะตุ้มสุมความเจ็บปวดแก่คนทำงาน ทำลายอุดมการณ์และอุดมคติตำรวจ เปลี่ยนความคิดเป็นการวิ่งกวดลงสนามแข่งแย่งชิงติดขั้วอำนาจกลายเป็น “วงจรอุบาทว์” มาตลอดหลายปี

เมื่อ “ตำรวจน้ำดี” โดนข้ามหัว เพราะมัวก้มหน้าตั้งตาทำงาน ไม่มีเครื่องบรรณาการส่งถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในขั้วอำนาจการแต่งตั้ง ก่อให้เกิดความผุพังสร้าง “เมล็ดพันธุ์พิษ” พ่นความวิปริตผิดฝา

       เลือกตีราคาค่าเก้าอี้ดีกว่าคุณค่าของคนทำงาน

ตลอด 5 ปีบนเก้าอี้อำนาจกับ กระดาษคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ไม่รู้เหมือนกันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รู้หรือไม่ว่า องค์กรตำรวจบอบช้ำมาจากผลการกระทำของกลุ่มอำนาจที่ตัวท่านหัวหน้าคณะปฏิวัติ “ยื่นดาบ” ให้มากน้อยแค่ไหน

สุมไฟทำลายขวัญผู้พิทักษ์สันติราษฎร์วอดวายลุกลามลุกไหม้ “กินหัวใจ” คนทำงานแทบจะหมดแล้ว

หรือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะยังยอมเสียเวลา “หน้ามืด” ต่อไป

  “ดาบ”ที่โยนให้ไประวังจะกลายเป็น “หอก” สนองกลับมา ถ้าไม่ตัดสินใจนั่ง “ถ่างขา” แหกขี้ตาคุมองค์กรตำรวจเอง