พฤติกรรมฆาตกรต่อเนื่องของ “สมคิด พุ่มพวง” ฆ่าเหยื่อสาว 6 ศพกลายเป็นประเด็นร้อนสะท้อนกระบวนการยุติธรรมเมืองไทย

ทำไมคนอย่าง “สมคิด พุ่มพวง” เคยถูกพิพากษาประหารชีวิตแล้วลดโทษเหลือตลอดชีวิตจากคดีสังหารโหดหญิงสาว 5 ศพ สุดท้ายได้ลดโทษพ้นคุกออกมาเป็นอิสระเมื่อเดือนพฤษภาคม 2562

ก่อนไปฆ่าสาวอีกรายเป็นศพที่ 6

ถึงกระนั้นยังมี “คนร้ายจิตวิปริต” จำนวนไม่น้อยลอยหน้าลอยตาเป็นภัยสังคมใช้ชีวิตปะปนอยู่กับ “คนดี” ที่สักวันอาจตกเป็นเหยื่อได้ทุกเวลา

น่าสนใจอีกคดีที่หลายคนอาจหลงลืมอาการขวัญผวาของชายหนุ่มวัย 30 เศษตระเวน ข่มขืนหญิงชรา นับสิบในละแวกพื้นที่ภาคกลางตลอดแนวลำน้ำท่าจีน

จากวันนั้นถึงวันนี้ ระดม “นักสืบมือพระกาฬ” ตามล่ากันหลายชุด และหลายยุคก็ยังไขปริศนาล่าตัวคนร้ายมาดำเนินคดีไม่ได้

ปฐมบทแห่งคดีสะเทือนขวัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2553 เหตุเกิดช่วงเวลา 23.00 น. คนร้ายบุกเข้าไปข่มขืนหญิงชราวัย 70 ปี ที่อยู่บ้านคนเดียว ท้องที่สถานีตำรวจภูธรบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ก่องลงมืออีกครั้งเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2553 เวลา 02.00 น. ท้องที่ สถานตำรวจภูธรนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เหยื่อเป็นหญิงชราวัย 71 ปี

เงียบหายไปนานปีกว่าเป็นช่วงจังหวะน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 ตำรวจเชื่อว่า คนร้ายหากไม่ถูกจับข้อหาอื่น อาจต้องขนข้าวของหนีจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นในขณะนั้น

กระทั่งวันที่ 8 มกราคม 2555 เวลา 01.00 น.คราวนี้อุกอาจถึงข่มขืนแล้วฆ่าหญิงชราวัย 61 ปีในอำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม

ตำรวจภูธรภาค 7 เริ่มจ้าละหวั่นนั่งไม่ติด แต่ยังคว้าน้ำเหลว

อีก 9 เดือนต่อมา มันยังย่ามใจ “ย้อนรอย” ลงมือซ้ำท้องที่โรงพักบางคนที ระลอกนี้ต่อเนื่องติดกันอีก 2  รายรวดของวันที่ 6 ธันวาคม 2555 และวันที่ 16 ธันวาคม 2555

ตำรวจนักสืบภูธรยังคง “บ้อท่า” จับต้นชนปลายไม่ถูก ทำได้แค่เก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุกับการสอบปากคำผู้เสียหายที่ให้รายละเอียดไม่ชัดเท่าที่ควรตามวัยชรา

ผ่านไปนาน 4 เดือน วันที่ 23 มีนาคม 2556 คนร้ายอาละวาดข่มขืนในท้องที่สถานีตำรวจภูธรสามพราน

อีกครั้งในวันที่ 11 มิถุนายน 2556 เหยื่อวัยชราเสียชีวิต เหตุเกิดท้องที่สถานีตำรวจภูธรพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม และวันที่ 25 ธันวาคม 2556 ในท้องที่สถานีตำรวจภูธรพุทธมณฑลเช่นเดิม

รายล่าสุดที่ว่ากันว่าเป็น “เหยื่อคนสุดท้าย” เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2558 ในพื้นที่อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

ตำรวจสอบสวนกลางยุค พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ นั่งแม่ทัพถึงขั้นส่งกำลังกองปราบปรามออกช่วยคลี่คลายปมร่วมกับตำรวจภูธรภาค 7 เพราะเป็นคดีสะเทือนขวัญและอุกอาจ สร้างความหวาดผวาแก่ชาวบ้านละแวกดังกล่าว

สืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานระบุพฤติกรรมคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ รูปร่าง สูงใหญ่  บึกบึน มีกล้ามเนื้อซิกแพคบริเวณท้อง ก่อเหตุข่มขืนและชิงทรัพย์  เหยื่อส่วนใหญ่เป็นหญิงสูงอายุที่อยู่บ้านคนเดียว  

บางรายที่ขัดขืนจะถูกฆ่าตาย

มีการตรวจดีเอ็นเอจากอสุจิที่เก็บจากเหยื่อ 8 ราย ระบุคนร้ายเป็นคนเดียวกัน

เวลาผ่านไปเกือบ 10 ปี ไร้เงา “ฆาตกรต่อเนื่อง” เลือกข่มขืนหญิงชรา

บ้างว่า มันตายไปแล้ว

บ้างก็ว่า ติดคุกในคดีอื่น

แต่ไม่มีอะไรมายืนยันตัวบุคคลนอกจาก “ภาพสเกตช์คนร้าย” ที่กำลังจะกลายเป็นคดีประวัติศาสตร์

ตำรวจไทยไม่อาจปิดฉากได้สักที