“ไม่จำเป็นที่ต้องมาจัดฉากอะไร” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตนายพลหนุ่มคนดังระบายความในใจผ่านสื่อ

หลังจากโดนมือปืนสวมหมวกกันน็อกนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์สาดกระสุนถล่มใส่รถเก๋งส่วนตัว ยี่ห้อ เล็กซัส ขาว ทะเบียน 9 กจ 351 กรุงเทพมหานคร ขณะจอดอยู่หน้าโรงนวดแห่งหนึ่ง ซอยสาริกา ถนนสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร

อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พ้น “รั้วปทุมวัน” ไปเป็นข้าราชการพลเรือนตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นักบริหารระดับสูง) ตกเป็น “เป้าป้องร้าย” ตามที่เจ้าตัวคิดมากน้อยแค่ไหน

กลายเป็นปริศนาเหตุการณ์กระฉ่อนกรุงที่เกิดขึ้นประจวบเหมาะกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปต่างประเทศพอดี

เพราะดันมีคนในวงการสีกากีไปโยงเป็น“คู่กรณี”กันเสียแล้ว 

“พี่แป๊ะ”ของ “น้องโจ๊ก” ที่เคยหอบหิ้วกันขึ้นมาจาก “มรสุมชีวิต” ในสมัยนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นพี่ไปเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พาก้าวไต่บันไดนั่งเก้าอี้ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา  กระทั่งขึ้นรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ได้สิทธิทวีคูณติดยศ “นายพล” นำรุ่น ตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว

ใช้เวลาเดี๋ยวเดียวผงาดเป็นผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

ทำท่าจะติดจรวดพรวดสู่ดวงดาวที่ปลายยอดทัพสีกากี หากไม่ได้โดน “ฟ้าฝ่า” กลางหน้าร้อนตอนเดือนเมษา

ด้วยปากกาสะบัด “เด้งเข้ากรุ” ดาบแรกของ “พี่แป๊ะ”

ถึงกระนั้นก็ตาม การกลับมาอยู่บนหน้าสื่อระลอกนี้ หลังจากเก็บตัวเงียบไปนานหลายเดือน อดีตนายพลนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 47 ยืนยันไม่มีอะไรคาใจ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา เพราะที่ผ่านมาตัวเองทำตามหน้าที่ มีคนพอใจบ้าง ไม่พอใจบ้าง

วันหนึ่งสังคมจะเห็นเอง

พร้อมท้าว่า หากตำรวจจับคนที่ก่อเหตุได้จะรู้ทันทีว่า ยิงทำไม และใครเป็นผู้บงการ

“รถของผมที่ถูกยิงน่าจะมาจากประเด็นเดียว คือ ผู้สูญเสียผลประโยชน์ในโครงการไบโอเมตริกซ์ หรือระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลลายพิมพ์นิ้วมือและภาพถ่ายใบหน้าของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ประเด็นอยู่ทุกวันนี้”  พล.ต.ท.สุรเชษฐ์โยงประเด็นร้อนที่กำลังเป็นคดีฟ้องร้องนัวเนียอยู่กับนายตำรวจรุ่นพี่หลายคนก่อนหน้า

ล้อกับที่ นายตั้ม-นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ออกมากระตุกกันลืม เมื่อได้ยื่นคำร้องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตรวจสอบโครงการจัดซื้อครุภัณฑ์ไบโอเมตริกซ์ และรถสายตรวจอัจฉริยะ

ระบุ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล กำลังจะไปให้ข้อมูลรายละเอียดทั้งหมดแก่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

เห็นตรงกันว่า เป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อข่มขู่

“หากมองเป็นการข่มขู่เพื่อไม่ให้ไปให้ปากคำ ไม่มีผลแน่นอน” บิ๊กโจ๊กว่า

เผือกร้อน “ไบโอเมตริกซ์”  ท่ามกลางกองงบประมาณหลักเป็นพันล้านบาทจะมีอำนาจอยู่เบื้องหลังบงการสั่งถล่มลูกปืนใส่รถ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล จริงหรือไม่

 ฃใครคนนั้นอาจกำลังนอนฝันและหัวเราะงอหาย