กองทัพบกเริ่มปฏิบัติการปัดกวาดหน่วยจากพิษผลพวงปฐมบทของโศกนาฏกรรมกลางเมืองย่าโม

นอกจากลงนามบันทึกข้อตกลงกับกรมธนารักษ์ในโครงการสวัสดิการในเชิงธุรกิจของกองทัพบกเพื่อให้การบริหารจัดการที่ราชพัสดุราว 1 ล้านไร่เป็นไปอย่างโปร่งใส

ยังมีการพูดถึง “บ้านพักหลวง” ที่เหล่าชายชาญทหารกล้ายึดเป็น “เรือนนอน” ไม่ยอมคืน ทั้งที่ตัวเองเกษียณราชการกินเงินบำนาญไปนานแล้ว

บางคนได้สิทธิพิเศษ อ้างเหตุผลเพราะทำคุณงานความดีให้แก่แผ่นดิน สมควรอาศัยอยู่กินบนผืนแผ่นดินหลวงต่อ

“บ้านพักหลวง” ที่ไม่เคยมีปัญหาทวงคืนเกิดขึ้นกับ กองทัพตำรวจ

องค์กรต้นทุนทางสังคมต่ำ แต่ความเสี่ยงสูง แรงจูงใจให้ทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ มีแค่ “จิตวิญญาณ” อย่าคิดเพิ่งหวังพึ่งพา “สวัสดิการ” เพราะตั้งแต่สวมเครื่องแบบสีกากี หลายคนเริ่ม “ติดหนี้” จากการที่ต้องจับจ่ายซื้ออาวุธประจำกาย วิทยุสื่อสาร คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก

รวมถึงการหารังอยู่เพื่อซุกหัวนอน

หลายคนได้แฟลต ได้บ้านพักไม่ห่างไกลที่ทำงานนับว่า “บุญโข” ทว่าหลายคนต้องดิ้นรนหาบ้านเช่า ห้องเช่า ราคาไม่แพงเกินตัว เนื่องจากกลัว “หนี้ท่วมหัว”

ดีที่สุดคือ การเก็บหอมรอมริบ และ กู้เงินสหกรณ์ออมทรัพย์ หาซื้อบ้านอยู่เอง

 เชื่อหรือไม่ว่า “แม่ทัพสูงสุด” ขององค์กรตำรวจ ไม่มีบ้านพักประจำตำแหน่ง นับประสาอะไรกับระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ช่วยผู้บัญชาการแห่งชาติ ต่างอยู่บ้านของตัวเองกันหมด

จะมีก็เพียงแต่ผู้บัญชาการภูธรภาค ได้สิทธิ “บ้านพักหลวง” ติดกับหน่วยงานที่ตัวเองคุมการบริหารอยู่ แต่ถึงเวลา “พ้นจากตำแหน่งหน้าที่” ก็ต้องขนของออก เพื่อเปิดทางให้ผู้บัญชาการคนใหม่เข้าไปอยู่แทน

ไม่มีข้อแม้หรือข้ออ้างสิทธิพิเศษใด

ถึงกระนั้นก็มีเฉพาะเพียง กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ถึง กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ที่นายพลนำหน่วยได้อยู่ “บ้านพักหลวง”

ขณะที่ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ไม่มีบ้านพักประจำตำแหน่งผู้บัญชาการ

กองบัญชาการตำรวจนครบาล ก็ไม่มีบ้านพักประจำตำแหน่งผู้บัญชาการด้วยเหมือนกัน

ส่วนระดับ “ผู้บังคับการ” ที่ได้ “บ้านพักหลวง” จะมีแค่ “ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด”

สรุปแล้ว “นายพลน้อยใหญ่” ในกองทัพสีกากีถึงไม่มีปัญหายึด “บ้านพักหลวง” อยู่กันยันตาย

ที่น่าเศร้าไปกว่านั้น บรรดาชั้นผู้น้อย ที่ได้สวัสดิการบ้านพัก หากโดนย้ายพ้นหน่วย เหมือนโดนถูก “ไล่ที่”ต้องขนย้ายสัมภาระและครอบครัวหนีไปหา “รังใหม่”

เสียความรู้สึกมากที่สุด น่าจะเป็นครอบครัวของเหล่า “ยอดวีรบุรุษไร้ลมหายใจ” พลีกายเอาชีวิตไปแลกผลงานในหน้าที่ น้ำตาแห่งความสูญเสียยังไม่ทันคลาย ต้องโดน “ไล่ตะเพิด” ย้ายออกจาก “บ้านพักหลวง” พ่วงด้วยหนี้สินคงค้างจากเงินกู้สหกรณ์ออมทรัพย์

ทั้งหมดคือ เรื่องจริงของกองทัพสีกากีที่ไม่มีสิทธิพิเศษอะไรในกรรมสิทธิ์ของ “บ้านพักหลวง”

ถึงเวลาพวกเขาพร้อมถูกทวงคืนตามระเบียบปฏิบัติกันจนเป็นเรื่องปกติ