เมื่อหย่อนหยานจำเป็นขันนอตกันอีกรอบ หลังปล่อยละเลยจนกลายเป็นเรื่องชินชา ทว่า “ขัดตา” ผู้หลักผู้ใหญ่

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถึงสั่งการผ่านวิทยุในราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับผู้บังคับบัญชาทุกหน่วย

ให้กวดขันความประพฤติและระเบียบวินัยข้าราชการตำรวจในสังกัด โดยเฉพาะเรื่องทรงผม ให้เป็นไปตามระเบียบแบบแผนตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยเคร่งครัด

อ้างตามหนังสือสำนักงานตำรวจแห่งชาติด่วนที่สุด ที่ 0007/174 ลงวันที่ 18   เมษายน 2562   เรื่องแนวทางพิจารณาและมาตรฐานลงโทษทางวินัย กรณีไม่ปฏิบัติตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการปฏิบัติของข้าราชการตำรวจเมื่อแต่งเครื่องแบบ พุทธศักราช 2561

เนื่องจากปรากฏว่า มีข้าราชการตำรวจบางนายยังประพฤติปฏิบัติไม่เป็นไปตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด โดยเฉพาะยังมีภาพปรากฏตามสื่อต่าง ๆ ที่แสดงถึงการไม่ประพฤติปฏิบัติตนให้เคร่งครัดในระเบียบวินัย

กรณีผมยาวไม่เป็นไปตามระเบียบ หรือแนวทางที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด

ทั้งที่ได้กำชับและเน้นย้ำการปฏิบัติไปหลายครั้งแล้ว ดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงออกคำสั่งการปฏิบัติสรุปใจความในเนื้องหาสาระสำคัญ

ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ โดยเฉพาะหัวหน้าหน่วยระดับ ผู้บังคับการ ผู้กำกับการ สารวัตร และผู้บังคับบัญชาที่รับผิดชอบตามนัยคำสั่ง กรมตำรวจ ที่ 1212/2537 ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2537 มีหน้าที่กวดขัน

กำหนดวงรอบการ ตรวจทรงผม เป็นประจำทุกสัปดาห์

กำชับโฆษกทุกหน่วยงานทุกระดับชั้น รวมทั้งผู้ที่จะต้องให้สัมภาษณ์ หรือแถลงข่าวต้องสำรวจเครื่องแต่งกายและทรงผมให้เป็นไปตามระเบียบแบบแผนที่กำหนดโดยเคร่งครัดในทุกกรณี

มอบหมายจเรตำรวจแห่งชาติ และผู้ปฏิบัติหน้าที่จเรตำรวจทุกหน่วย กำหนดการตรวจความประพฤติระเบียบวินัยเกี่ยวกับทรงผมเป็นหัวข้อสำคัญในการตรวจราชการ สุ่มตรวจสอบอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

หากตรวจพบข้อบกพร่อง ไม่ประพฤติปฏิบัติตามระเบียบ ให้พิจารณาดำเนินการตามแนวทางพิจารณาและมาตรฐานการลงโทษทางวินัย มาตรการเสริมสร้างและพัฒนาให้ข้าราชการตำรวจมีวินัย

รวมทั้งให้นำไปประกอบการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนอีกส่วนหนึ่ง

ขณะเดียวกันยังกำหนดแนวทางการพิจารณาความบกพร่องของผู้บังคับบัญชาเพิ่มเติมตามลำดับชั้น ตั้งแต่ระดับ สารวัตร รองผู้กำกับการ ผู้กำกับการ รองผู้บังคับการ ผู้บังคับการ ตลอดจน ผู้บัญชาการ

กำหนดให้ทุกกองบัญชาการรายงานผลการตรวจสอบให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทราบทุกวันศุกร์ของแต่ละสัปดาห์ ก่อนเวลา 12.00   น. และในส่วนของการรายงานกรณีตรวจสอบข้อบกพร่องให้หัวหน้าจเรตำรวจรวบรวมรายงานให้เป็นไปตามสั่งการ

จึงแจ้งมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด