หากไม่มีเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ “ทัพนกหวีด” ลั่นถล่มราวถ่มน้ำลายใส่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

กองทัพสีกากีอาจจะยกนิ้วชื่นชม นักการเมืองสาว “ตั๊น -จิตภัสร์ กฤดากร” ที่เข้ามามีบทบาทในการเยี่ยมปลอบขวัญและให้กำลังใจโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนตามถิ่นทุรกันดารหลายแห่ง

เจ้าตัวยังเป็นกระบอกเสียงอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2563 เรียกร้องเงินค่าตอบแทนครูตำรวจตระเวนชายแดน

“ตั๊นได้เคยอภิปรายถึงความไม่เท่าเทียมกันของอัตราค่าตอบแทน ผู้ดูแลเด็กในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน หรือ โรงเรียน ตชด. สำหรับผู้มีวุฒิการศึกษาปริญญาตรีในอัตราคนละ 15,000 บาทต่อเดือน และวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรีอัตรา 9,000 บาทต่อเดือน ให้เท่าเทียมกับโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาชั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ.” เธอระบายผ่านเพจเฟซบุ๊กของตัวเอง

ผลปรากฏว่า ในชั้นการพิจารณา คณะกรรมาธิการได้อนุมัติงบประมาณค่าตอบแทนผู้ดูแลเด็กโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนจำนวน 35,280,000 บาท (สามหมื่นกว่าล้านบาท)

“ตั๊นจึงต้องขอขอบคุณ กมธ. แทนครู และนักเรียน โรงเรียน ตชด. ที่ได้รับความกรุณาในการแก้ไขปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำที่สั่งสมมายาวนานค่ะ” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ว่า

กระทั่งตัวเองก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมาธิการการตำรวจ

กระแสต่อต้านคงเป็นเรื่องปกติ” พ.ต.ท.สุริยา แป้นเกิด พนักงานสอบสวนเจ้าของเพจดังแสดงความเห็นอีกครั้ง

เหตุผลเพราะตอนนั้น แกนนำ กปปส.สร้างความอัปรีย์ แค้นเคือง ให้กับตำรวจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะตำรวจชั้นผู้น้อยที่อยู่ในเหตุการณ์ที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติและที่ได้เห็นภาพปรากฏตามสื่อ

ย่อมโกรธแค้นเป็นเรื่องธรรมดา

เอาแกนนำคนที่ย่ำยีตำรวจ มาดูแลตรวจสอบควบคุมตำรวจ

พ.ต.ท.สุริยา เปรียบเทียบเหมือนกับเอา ทักษิณ ชินวัตร ไปเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

ยังไง ลูกพรรค ก็เกลียดชัง สมาชิกพรรค ก็รับได้ยาก

หรือจะมองในแง่ดี นายตำรวจหนุ่มคิดว่า

เธออาจจะเข้ามาเพื่อไถ่บาปที่สร้างความเลวร้ายไว้

แต่มองก็แง่หนึ่ง ตั้งแต่พวกลุงๆ เข้ามา มีแต่สร้างความปั่นป่วน ให้กับตำรวจส่วนใหญ่ โดยเฉพาะสายงานสอบสวน ท่านอาจารย์ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ได้วางระบบไว้ดีแล้ว ถึงหลักเกณฑ์ในการเจริญเติบโต ยื่นผลงาน สอบวัดความรู้

สายงานอื่น จะเข้ามาต้องมาเป็นพนักงานสอบสวนก่อน 1 ปี ถึงจะยื่นประเมินเลื่อนตำแหน่งได้ พนักงานสอบสวนจะออกไปสายงานอื่น ต้องอยู่ในตำแหน่งที่เลื่อนขึ้น ไม่น้อยกว่า 2 ปี ถึงจะออกไปได้

ตำรวจสายสืบ สายปราบปราม ก็ไม่ต้องระแวงว่า จะถูกย้ายเข้ามาเป็นพนักงานสอบสวนถ้าไม่สมัครใจ

แต่เมื่อพวกลุงๆ เข้ามา มายุบทิ้ง ระบบงานของ อาจารย์ชัชวาลย์หมดจะเลื่อนใครก็ได้ จะย้ายใครเข้าออกก็ได้ แล้วแต่พิจารณา

วันก่อนเพื่อนโทรมา

มี ร.ต.อ. 3 คน อายุ 50 กว่าแล้ว จาก สาย ป. ถูกบังคับย้าย มาเป็น พงส. ทั้ง 3 คน สอนเท่าไหร ก็ทำไม่ได้ ผิดพลาดอยู่เรื่อย แกเครียด สงสาร เลยให้ทำแต่ไปยื่นคำร้องฝากขัง เดินส่งสำนวนไปอัยการ ช่วยกันประคับประคองทั้งสามคน”

 อย่าให้แกเครียด ยิงตัวตาย

ในฐานะพนักงานสอบสวนรุ่นพี่ ทั้งหมดยอมเหนื่อยรับภาระแทน ปล่อยให้กำลังพลพนักงานสอบสวนสูญเปล่าไป 3 ตำแหน่ง

ยุคของลุงที่ขึ้นต้นด้วย ปฏิรูป สุดท้ายไม่มีอะไรเลย มีแต่สิ่งที่สร้างความเจ็บช้ำให้กับตำรวจส่วนใหญ่

จะให้ตำรวจส่วนใหญ่ ไปชื่นชอบลุง พวกของลุง ก็คงยาก

คราก่อน เพื่อนโทรมา

“ไอ้ยา.. มึงไม่ไปหาเพื่อนมึง ที่เป็น ส.ส.พรรคลุงตู่บ้าง ให้ช่วยวิ่งเลื่อนตำแหน่ง”

พ.ต.ท.สุริยาเลยบอกว่า

” กูไม่ไป กูอยู่ของกูแบบนี้ วิจารณ์ลุงได้เต็มปากเต็มคำ กูมีจุดยืนของกู ชีวิตราชการขอโตด้วยความรู้ความสามารถ ไม่ขอวิ่งเต้น ได้แค่ไหนก็แค่นั้น มาได้แค่นี้ก็บุญโข”

 

 

ภาพ : FB ตั๊น จิตภัสร์ กฤดากร