กว่าจะคลี่คลายคดีต้องใช้เวลานานกว่า 3 ปี

ทำไปทำมาผู้ต้องหาลอยนวล “หลุดมือ” เพราะความสะเพร่าของใคร

การหายตัวไปของ น.ส.กลิ่นเกษร วงษ์สิงห์ อายุ 36 ปี เซลส์ขายปุ๋ยบริษัท ห้าดาวเคมีภัณฑ์ จำกัด ตำบลพระพุทธบาท อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2559

วันรุ่งขึ้น นางลั่นทม วงษ์สิงห์ อายุ 57 ปี ผู้เป็นแม่เดินทางไปแจ้งความลูกสาวหายที่สถานีตำรวจภูธรพระพุทธบาท

ทุกอย่างเหมือนกับจะหมดหวัง เมื่อตำรวจไม่สามารถแกะรอยติดตามพนักงานสาวรายนี้ได้ท่ามกลางความทุกข์ทรมานของผู้บังเกิดเกล้า

ครอบครัวพอจะรู้สาเหตุ ขาดแต่พยานหลักฐานเอาผิด

สุดท้าย “สวรรค์มีตา” ส่องแสงสว่างของความยุติธรรมแก่ครอบครัว “วงษ์สิงห์” ที่เฝ้ารอเวลานานกว่า 3 ปี

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2562 มีพลเมืองดีพบรถของเธอจมน้ำอยู่กลางคลองชลประทาน ชัยนาท-ป่าสัก ตำบลบ้านโป่ง อำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี ภายในรถมีผ้าปูที่นอนห่อโครงกระดูกมนุษย์ และหลักฐานอื่นหลายรายการ

สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจพิสูจน์รูปแบบสารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) เทียบกับนางลั่นทม วงษ์สิงห์ ยืนยันโครงกระดูกที่พบ

คือ ลูกสาวที่หายตัวไปเมื่อ 3 ปีก่อน

ตำรวจหันมากระตือรือร้นอีกรอบ

พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1  พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1  พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1  และ พล.ต.ต.ชัยน์วัฒน์ อรัญวัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี ระดมทีมสืบสวนสอบสวนคลายปมปริศนา

พวกเขาแค่ “ปัดฝุ่น” ที่มีอยู่ในแฟ้มก่อนหน้าจากข้อมูลประวัติ “เหยื่อสาว” ว่า คบหาเป็นสามีภรรยากับ นายสันติ หรือ เสี่ยไฮ้ จึงทองดี อายุ 63 ปี เจ้าของโรงปุ๋ย บริษัท ห้าดาวเคมีภัณฑ์ จำกัด ที่ฝ่ายหญิงทำงานอยู่ ระยะหลังทะเลาะวิวาทกัน เรื่องของอารมณ์หึงหวงแล้วหายตัวไป

พยานหลักฐานในที่เกิดเหตุพบศพตำรวจมั่นใจว่า หญิงสาวถูกฆาตกรรม แล้วห่อด้วยผ้าปูที่นอนในออฟฟิศนำยัดใส่รถเข็นลงคลองชลประทานอำพรางคดี

กระทั่งรวบรวมพยานหลักฐานเสนอต่อศาลจังหวัดสระบุรีขออนุมัติหมายจับ นายสันติ หรือ เสี่ยไฮ้ จึงทองดี อายุ 63 ปี และ นายนิวัฒน์ หรือ แจ็ค เฉลิมวัฒน์ อายุ 36 ปี ลูกน้องคนสนิท

ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย, ร่วมกันทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งศพ ส่วนของศพ โดยไม่มีเหตุอันสมควร, ร่วมกันกระทำการใดๆ แก่ศพในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไปเพื่ออำพรางคดี

ทั้งคู่ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

พนักงานสอบสวนคุมตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดสระบุรีฝากขังผัดแรกเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2562 และยื่นคำร้องค้านประกันตัว เนื่องจากเกรงว่า ผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

คดีน่าจะจบลงเอยด้วยดีเพื่อรอคำพิพากษาตัดสินความผิดตามกระบวนการยุติธรรม

ปรากฏว่า พนักงานสอบสวนใช้เวลาทำสำนวนนาน 83 วัน ถึงเสนอพนักงานอัยการพิจารณาความเห็นสั่งฟ้อง

มีประเด็นที่พนักงานอัยการเห็นว่า ต้องสอบเพิ่มเติม

เหลือเวลาเพียงวันเดียวจึงยืนฟ้องไม่ทันครบกำหนดฝากขัง ทำให้ต้องปล่อยตัวคู่ผู้ต้องหาฆ่าหมกเก๋งสาวพนักงานขายปุ๋ยพ้นจากเรือนจำจังหวัดสระบุรีเมื่อเดือนมีนาคม 2563

ต่อมา พนักงานอัยการแจ้งพนักงานสอบสวนให้ตามตัวผู้ต้องหามาสั่งฟ้องวันที่ 26 พฤษภาคม 2563

ทั้งคู่ก็หายเข้ากลีบเมฆ

นายประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดชี้แจงว่า ตรวจสอบไปยังนายธรรมภณ จิรธรรมประดับ อัยการจังหวัดสระบุรี ทราบว่า คดีนี้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรหนองโดนส่งสำนวนให้อัยการจังหวัดสระบุรี เมื่อวันที่ 12  มีนาคม 2563 เป็นการรับสำนวนในระหว่างการฝากขังครั้งที่ 7 จะครบวันสุดท้ายในวันที่ 13 มีนาคม 2563

เท่ากับเหลือเวลาให้อัยการพิจารณาเพียง 1 วัน หลังพนักงานสอบสวนถือสำนวนไว้ 83 วัน จากทั้งหมด 84 วันที่จะครบกำหนดฝากขัง

อัยการจังหวัดสระบุรีได้รายงานไปยังสำนักงานอธิบดีอัยการภาค 1 ก่อนที่ นายศิริชัย วิทยโชคกิติคุณ อธิบดีอัยการภาค 1 จะเรียกสำนวนไปพิจารณาเนื่องจากเป็นคดีสำคัญ อยู่ในความสนใจของประชาชน พร้อมตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาโดยเร่งด่วน

มีประเด็นที่ต้องสอบสวนเพิ่มเติมทันที แต่ไม่สามารถยื่นฟ้องให้ทันภายในวันเดียว

อย่างไรก็ตาม รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดบอกว่า ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม มีการจับกุมตัวนายมาโนช สอบสวัสดิ์ ผู้ต้องหาที่ 3 ได้อีกคน กระทั่งรับผลการสอบสวนเพิ่มเติมครบถ้วนในวันที่ 7 พฤษภาคม 2563 คณะทำงานอัยการจุงมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 3 คนในวันที่ 8 พฤษภาคม 2563

มีผู้ต้องหาที่ 3 รายเดียวที่ยื่นฟ้องไปแล้วเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2563

ส่วนเสี่ยเจ้าของบริษัทปุ๋ยกับลูกน้องคนสนิทได้แจ้งพนักงานสอบสวนนำตัวมาส่งให้อัยการในวันที่ 26 พฤษภาคม 2563

ตำรวจถึงจำเป็นต้องกลับมารับบท “นักล่า” เพื่อกู้หน้าตัวเองอีกครั้ง