พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามคำสั่ง จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวจับกุมแก๊งกู้ยืมเงินผ่านแอปพลิเคชั่นเงินกู้นอกระบบชื่อ “TRUE CASH PRO” เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ใช้วิธีการให้ผู้กู้ติดตั้งแอปพลิเคชั่นลงในโทรศัพท์มือถือ เมื่อกู้ผ่านแล้วจะถูกหักค่าบริการออกจากเงินกู้ แต่ลูกหนี้ยังต้องชำระเงินเต็มจำนวนพร้อมดอกเบี้ย หากไม่ชำระตามกำหนดเวลา จะมีการทวงหนี้ในลักษณะข่มขู่ ด่าทอ คุกคาม และมีการส่งข้อความเกี่ยวกับการเป็นหนี้ให้แก่บุคคลที่สาม ทำให้ผู้กู้ได้รับความอับอาย และเสื่อมเสียชื่อเสียง จากการสืบสวนพบว่า TRUE CASH PRO  ดำเนินการโดยกลุ่มนายทุนต่างชาติ มีเงินหมุนเวียนในระบบต่อเดือน สูงถึงกว่าห้าสิบล้านบาท มีบัญชีเงินฝากที่เกี่ยวข้องในระบบหลายสิบบัญชี และมีบัญชีลูกหนี้นับหมื่นราย

ต่อมา พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ มอบหมายให้  พ.ต.อ.สมพล อิสสระเสรี รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ พ.ต.อ.คธาธร คำเที่ยง รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ พ.ต.อ.พัฒนา ฉายาวัฒน์ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผู้กำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ นำหมายค้นเข้าตรวจสอบแหล่งกบดานของบริษัทดังกล่าวในหลายจุด ตั้งแต่ ถนนพัทยากลาง เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี บริษัททวงถามหนี้ย่านโชคชัย 4 เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร รวมถึงอพาร์ตเมนต์ย่านพัทยา จังหวัดชลบุรี จับกุม นาย ล่าง จู อายุ 29 ปี และนายซง ซง จู อายุ 28 ปี สองผู้ต้องหาชาวจีน นึดของกลางเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก ดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด”อีกทั้งเชิญผู้เกี่ยวข้องร่วมขบวนการอีก 17 คน ไปสอบสวนขยายผล  อายัดบัญชีเงินฝากที่เกี่ยวข้องกับแอปพลิเคชั่น 31 บัญชี จาก 6 ธนาคาร รวมเงินที่อายัดจำนวนทั้งสิ้นกว่า 22,000,000 บาท