ตัวเลือกในใจของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่จะเสนอชื่อ แม่ทัพคนใหม่ แทนการอำลาตำแหน่งของตัวเองจะเป็นใคร

บางทีทำใจลำบาก

ไม่อยากเลือกที่รัก มักที่ชัง

จะท่านรองมนู​ก็ดี​ รองสุวัฒน์ก็ดี​ คนที่จะมาดูแลต่อไป​จะจัดแบบนี้อีกหรือไม่ เป็นหน้าที่ผู้บังคับบัญชาที่ต้องดูแล.. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา เคยประกาศไว้บนเวทีงานเลี้ยงขอบคุณลูกน้องในเทศกาลฉลองต้อนรับปีใหม่ 2563 ที่สำนักปทุมวัน

เหมือนจะบอกใบ้อะไรหรือเปล่า

ห้วงเวลานั้น มี แคนดิเดต แม่ทัพลุ้นชิงชัยเพื่อนั่งเก้าอี้ผู้นำถึง 5 คน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข

พอผ่านเดือนเมษาหน้าร้อน แรงฟ้าผ่า สนั่นสะเทือนลั่นทุ่ง

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา หลุดวงโคจรหมดโอกาสลุ้นเข้าวิน

ตัวเลือกเหลือ 4 คน คือ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข

ต่างคนต่างมีของดีพอจะเบียดชิงดำ

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ถูกดันขึ้น เต็งหนึ่ง มี พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก เป็น เต็งสอง ส่วนอีก 2 คนลุ้นสอดแทรก

เข้าโค้งสุดท้าย เต็งหนึ่ง และ เต็งสอง เบียดกันคู่คี่-สูสี ทิ้งห่างอีกสองที่เหลือ

นาทีนี้สรุปได้แล้วว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา มีตัวเลือกแค่ 2 ชื่อที่จะนำเสนอ พล.ต.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติตามขั้นตอน

พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก ขยับมาแรงแซงขึ้นมาเป็น เต็งหนึ่ง จะรับสิทธิได้รหัสเรียกขาน พิทักษ์ 1 คนต่อไป ดัน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ร่วงเป็น เต็งสอง 

ย้อนประวัติ พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก ที่โดนจับตามองอาจมา ขัดตาทัพ เพียงปีเดียว เนื่องจากเกษียณอายุราชการปี 2564 เกิดเมื่อวันที่ 8  กรกฎาคม 2504 ที่จังหวัดเพชรบุรี สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 38 พ่วงปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

เริ่มต้นรับราชการตำแหน่งรองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ รองสารวัตรจราจร สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 2 รองสารวัตรแผนกทะเบียนประวัติ กองบัญชาการศึกษา ขึ้นสารวัตรงาน 1 กองกำกับการ 2 กองทะเบียนประวัติอาชญากร เป็นสารวัตรด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าเรือกรุงเทพ รองผู้กำกับการฝ่ายปฏิบัติการที่ 2 ส่วนปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ

ขยับเป็นผู้ช่วยนายเวร พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ ขณะเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และตามเป็นนายเวรตอนผู้เป็นนายนั่งแม่ทัพ

จากนั้นลงเป็นรองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว ติดยศ “นายพล” ตำแหน่งเลขานุการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ขึ้นรองผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแหงชาติ และดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2562

ขณะที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เกษียณอายุราชการปี 2565 เกิดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2504 ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ลูกชาย พ.อ.วีร์ แจงยอดสุข สำเร็จการศึกษาตอนต้นโรงเรียนเซนต์หลุยส์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ไปเข้าโรงเรียนเตรียมทหารรุ่น 20 โรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 36 แถมมีดีกรีปริญญาโทสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผ่านหลักสูตรสำนักงานสอบสวนกลาง ประเทศสหรัฐอเมริกา รุ่น 206

รับราชการตำแหน่งสำคัญ อาทิ นายเวร พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ สมัยเป็นผู้บังคับการกองพลาธิการ สารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสมุทรปราการ โยกกลับเป็นนายเวรหัวหน้าฝ่ายอำนวยการกรมตำรวจ เป็นสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลหนองแขม รองผู้กำกับการข่าว กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

ขยับเป็นรองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล 2   ขึ้นผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล 7 เป็นผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 รองผู้บังคับการตำรวจจราจร รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7

ขึ้นผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 ข้ามหน่วยเป็นผู้บังคับการกองวิจัย ย้ายเป็นผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 รองผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เลื่อนเป็นผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2562

สรุปแล้วทั้งคู่ล้วนเป็น ศิษย์สำนักงานเดียวกัน 

ทว่า ชิ้นปลามัน มีเพียงหนึ่งเดียวขับเคี่ยวเที่ยวนี้จะสลับกันนั่งเก้าอี้ คนละปี ก็ไม่น่าเกลียด

แค่ตัวเบียดของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข จะมีเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างน้อย 2 คน

หากเสี่ยงทนรอรถไฟขบวนสุดท้ายโอกาสพลาดผิดหวังสูง