อาจารย์ใหญ่กำลังหยิบตำราเก่ามา “ปัดฝุ่นใหม่” ให้ดีกว่าเดิม

ปรับปรุงเข้ายุคทันสมัยเพื่อรุกไล่เหล่าอาชญากรตามวิถีของโลกอาชญากรรมที่เปลี่ยนแปลงไป

“เราต้องสร้างตำรวจให้มีองค์ความรู้เป็นสากลอย่างแท้จริงให้ก้าวทันโลกทำงานอย่างมืออาชีพเพื่อดูแลความปลอดภัยของสังคม และประชาชนผู้ประกอบอาชีพสุจริตหาเช้ากินค่ำ” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้แนวคิด

แต่ต้องเน้นสร้างจิตสำนึกให้มีคุณธรรม ศีลธรรมในการปฏิบัติงานควบคู่ไปด้วย

เจ้าตัวมองว่าการพัฒนางานสืบสวน (investigate ) สร้างนักสืบ (detective) จำเป็นต้องวางแผนยกระดับ “สร้างนักสืบรุ่นใหม่” เน้นการพัฒนาศักยภาพคนด้านการสืบสวนให้มีประสิทธิภาพเป็นมาตรฐานสากล และสร้างคุณธรรม ศีลธรรมในการทำงาน

ตั้งเป้าหมายการสืบสวนหาตัวคนร้าย และจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีรูปแบบสมัยใหม่

ที่สำคัญจะต้องมีหลักฐานให้ศาลพิจารณาลงโทษคนร้าย

ย้อนตำราเรียนเมื่อปี 2539 ที่ว่ากันว่าเป็น โรงเรียนนักสืบดีที่สุด ในประวัติศาสตร์ของตำรวจสมัย พล.ต.ท.โสภณ วาราชนนท์ เป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล มอบหมาย พ.ต.ท.ปรีชา ธิมามนตรี รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาลพระนครเหนือในขณะนั้น กับตัวเขาและทีมงาน

สร้าง 30 ทายาทนักสืบนครบาลประดับวงการ

ขณะเดียวกันนำข้อดีของการอบรมหลักสูตร  ALETS THAILAND เช่น เทคนิคการสืบสวนยุคใหม่ หลักจิตวิทยาในการสืบสวน โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพร่างกายให้พร้อมปฏิบัติงานตามรูปแบบของการฝึกของหลักสูตรสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐอเมริกา ( Federal Bureau of Investigation)  หรือ FBI

กำหนดฝึกยุทธวิธีตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ตามหลักสากล เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอย่างชำนาญ  ( Officer Survival and Tactics /O.S.T.)

ฝึกภาคปฏิบัติอย่างมีมาตรฐาน นำเทคโนโลยี นิติวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์มาใช้งาน ลงพื้นที่จริง ดูแลด้วย “นักสืบรุ่นพี่” คอยเป็น “พี่เลี้ยง”ที่คัดเลือกตัวบุคคลอย่างดี

ปลูกสำนึกเข้ม “คุณธรรมนักสืบ “จากปรมาจารย์นักสืบรุ่นเก่าที่เกษียณอายุราชการ ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จริง อาทิ พล.ต.ท.วรรณรัตน์  คชรักษ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต.โกสินทร์  หินเธาว์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

ฝึกสมาธิในการทำงานกับหลักสูตรเลือก “ศูนย์ปฏิบัติธรรม” เสริมสร้าง สมาธิ ศีลธรรมแก่ผู้เข้ารับการอบรม

เข้มการคัดเลือก “นักสืบเลือดใหม่” เข้าอบรม เริ่มตั้งแต่คัดเลือกคุณสมบัติผู้เข้ารับการอบรมเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตรต้องสมัครใจ ยศ ร.ต.ท.-ร.ต.อ.ปฏิบัติหน้าที่ในสายงานสืบสวน หรือทำงานสืบสวนไม่น้อยกว่า 1 ปี

เป็นผู้อายุไม่เกิน 40 ปี มีความประพฤติดี

นอกจากนี้ยังคัดเลือกครูผู้สอนนักสืบอาจารย์ที่ประสบความสำเร็จในการทำงาน ร่วมถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และอุดมการณ์โดยเฉพาะทางศีลธรรมของนักสืบ

เช่น พล.ต.ต.นพศิลป์  พูลสวัสดิ์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7  พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พ.ต.อ.ธีรเดช  ธรรมสุธีร์ รองผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3  พ.ต.อ.เชิดพงษ์  ชิวปรีชา รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 8 พ.ต.อ.สราวุธ  คนใหญ่  รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6  รวมทั้ง อาจารย์วัลลี  ธรรมโกสิทธิ์ ที่ปรึกษาสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

กำหนดระยะเวลาฝึกอบรม 16 สัปดาห์ คัดเลือกตำรวจทั่วประเทศ 40 คน

วัตถุประสงค์เพื่อผลิตตำรวจชั้นสัญญาบัตรด้านการสืบสวน ให้มีองค์ความรู้ตามระบบงานสืบสวน เทคนิคการสืบสวนยุคใหม่ทางเทคโนโลยี ยุค 5 G อาชญากรรมรูปแบบใหม่ คดีขบวนการยาเสพติด คดีการค้ามนุษย์ คดีก่อการร้าย และเรื่องราวของนิติวิทยาศาสตร์

สร้างให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมทราบถึงกระบวนการ ขั้นตอน เทคนิค และวิธีการสืบสวนคดีอาญาต่าง ๆ ในระดับสากลนำไปพัฒนาทักษะเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในภาคสนาม

เอาความรู้ที่ได้เป็น “ครูแม่แบบ” ไปถ่ายทอดให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือผู้ร่วมงาน และยังสร้างเครือข่ายการทำงานระหว่างกัน

ปรุงหลักสูตรสืบสวนฉบับใหม่ให้เข้มข้นกว่าเก่า