ให้ลืม ๆ ไปเถอะ เจ้าเมืองพูดแบบไม่แยแสต่อหน้ากลุ่มนายตำรวจภูธรจังหวัดหนึ่ง ไว้โควตาลอตหน้า เดี๋ยวจัดให้ตำรวจหมดเลย

พวกตำรวจภูธรแทบมึน

เจ้าเมืองโยนให้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เป็นคนจัดการ ทั้งที่มีการตั้งกรรมการ แจกจ่ายวัคซีน แต่ยังไม่ได้ทันหารือ กลับมีการเริ่มทยอยฉีดวัคซีนไปแล้ว

แล้วโควตาในส่วนของลูกน้องผมหายไปไหน ผู้บังคับการตำรวจภูธรพยายามทำความเข้าใจ

เจ้าเมืองโบ้ยใส่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดฝ่ายเดียว

ทำไมคนนอกถึงได้ฉีดก่อน

แล้วแต่หน่วยงานที่เขาจัดสรร

นายพลผู้นำหน่วยจัดแจงกางเอกสารของ นายโอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เป็นคำสั่งด่วนที่สุดลงวันที่ 11 เมษายน 2564 เรื่องขอให้ จัดลำดับความสำคัญ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า

ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด

อ้างถึงหนังสือ กรมควบคุมโรคได้จัดส่งวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Sinovac) สำหรับให้บริการวัคซีนแก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่มีอายุระหว่าง 18-59 ปี จำนวน 3 กลุ่ม ประกอบด้วย

  1. บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า
  2. ตำรวจและทหารด่านหน้าที่มีโอกาสสัมผัสผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
  3. ประชาชนที่มีโรคประจำตัว

อย่างไรก็ตาม จากการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติครั้งที่ 4/2564 เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2564 ได้มีมติเห็นชอบ แผนการกระจายวัคซีน ป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เดือนเมษายน 2564 ซึ่งกำหนดให้สำหรับกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าทั้งภาครัฐและเอกชนเป็น ลำดับแรกนั้น

ขอเรียนว่า ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้สถานพยาบาลไม่สามารถรองรับผู้ป่วยได้ทั้งหมด บางจังหวัดต้องจัดโรงพยาบาลสนาม ทำให้ต้องระดมสรรพกำลังบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

เพื่อเป็นการรักษาระบบสุขภาพของประเทศ

เป็นเหตุให้ต้องขอความร่วมมือให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด พิจารณาจัดความสำคัญกลุ่มเป้าหมายการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าเป็นลำดับแรก

ขอให้ดำเนินการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ให้กลุ่มดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 เมษายน 2564 โดยอาจพิจารณาปรับจำนวนการฉีดวัคซีนสำหรับกลุ่มเป้าหมายตามความจำเป็นและเหมาะสม

ตำรวจเป็น “กลุ่มเสี่ยง” อีกกลุ่มเป้าที่ต้องได้รับ โควตาฉีดวัคซีนไม่ต่างกัน

กลุ่มนายตำรวจภูธรต่างเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

บางจังหวัดได้จัดวัคซีนเต็มจำนวน บางจังหวัดเจียดให้ไม่เพียงพอกับกำลังพล ขณะที่บางจังหวัดไม่ได้สักโดสเดียว

แต่ไม่เข้าใจทำไมการจัดสรรโควตาวัคซีนไปโผล่ฉีดให้ญาติมิตรคนสนิทบุคลากรทางการแพทย์และคนใกล้ชิดเจ้าเมือง ตัดโควตา ของพวกเขา

ไว้โควตาลอตหน้า เดี๋ยวจัดให้ตำรวจหมดเลย คำแก้ตัวน้ำขุ่นของเจ้าเมืองยังก้องหู

ผู้บังคับบัญชาตำรวจภูธรเป็นห่วงลูกน้องในภาคสนามต้องตกอยู่ท่ามกลาง สงครามไวรัสล้างโลก

มันไม่แฟร์ เขาว่า

หลายคนกำลังถอดใจเจอเส้นสายภายในทำลายเกราะป้องกัน