“แหม่มจะฝึกตนเองให้เป็นคนมองโลกในแง่ดีในทุกๆเรื่อง เพราะการที่เราเป็นคนมองโลกในแง่ดีเราจะมองเห็นปัญหาได้ดีกว่าคนที่มองโลกในแง่ร้าย ที่สำคัญแหม่มจะใช้ชีวิตแบบมีสติรู้เท่าทันตนเอง ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น หลีกเลี่ยงการมีปัญหากับผู้อื่น อยู่แบบคนตัวเล็กที่พอใจในสิ่งที่ตนมี ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ดำเนินชีวิตเรียบง่ายไม่ยึดติดกับอะไรและไม่ฟุ้งเฟ้อจนเกินตัว เมื่อมีโอกาสแบ่งปันหรือทำประโยชน์เพื่อคนอื่นก็ไม่ควรละเลย ในการทำงานก็เช่นเดียวกันเราต้องเปิดใจเรียนรู้และพร้อมพัฒนาตนเองควบคู่ไป กับการทำงาน ไม่ปิดกั้นตัวเองและคิดเสมอว่า เราต้องทำให้ได้ หลักการขายที่แหม่มยึดปฏิบัติมาตลอดนอกจากต้องคงคุณภาพของสินค้าแล้ว ต้องมีความซื่อสัตย์และจริงใจ สร้างไมตรีสัมพันธ์ให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นทั้งตัวเราและสินค้าของเรา งานทุกชนิดหากเราสร้างวิธีคิดในเชิงบวก เปิดใจเรียนรู้และพัฒนาตนเองตลอดเวลา รู้จักคิดพลิกแพลงและไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ แหม่มมั่นใจว่าความสำเร็จมันอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม” คุณแหม่ม-นปภา วีระเจริญ   สาวผู้มีอัธยาศัยมีเสน่ห์ที่รอยยิ้มได้บอกถึงเคล็ดไม่ลับสำหรับการดำเนินชีวิตให้มีความสุข

คุณแหม่มเป็นสาวเก่งจากถิ่นอีสานใต้ จ.บุรีรัมย์ เธอจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนร่มเกล้าบุรีรัมย์ ก่อนศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาก้าวเข้าสู่รั้วเหลืองเทา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เรียนรู้ชีวิตแบบผู้ที่บรรลุนิติภาวะทางความคิด มีความรับผิดชอบต่อสังคมอันเกิดกิจกรรมของกระบวนการศึกษามากมายในรั้วมหาวิทยาลัย จากสาขาวิชาการสื่อสารมวลชน คณะวิทยาการสารสนเทศ ทันทีที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ก็เริ่มต้นทำงานกับองค์กร สสส.(สำนักงานสร้างเสริมสุขภาวะ)ของกระทรวงสาธารณสุข ทำหน้าที่ควบคุมดูแลออกแบบและผลิตสื่อเกี่ยวกับเด็กเพื่อต่อต้านสารเสพติดใน ชุมชน หลังจากเรียนจบก็ได้มีโอกาสร่วมงานสายข่าวโทรทัศน์กับ ช่องเคเบิล TOC(Thailand Out Look Chanel) ที่กรุงเทพมหานคร ทำหน้าที่ตัดต่อข่าวภาคภาษาอังกฤษ  ปัจจุบันผันตัวเองมาเป็นเจ้าของธุรกิจเสื้อผ้ามือสองและสินค้าจากโรงเกลือแบบครบวงจรและมี ร้านค้าออนไลน์ทางเฟซบุ๊กจำหน่ายสินค้าเสื้อผ้ามือสองเกาหลี-ญี่ปุ่น

สาวคนเก่งบอกว่า ทุกคนเกิดมาล้วนต้องเผชิญกับปัญหาหรืออุปสรรคน้อยใหญ่ที่จะผ่านเข้ามาในชีวิต สำหรับตัวเธอเองที่ทำการค้า ปัญหาก็จะมีเข้ามาอยู่เรื่อยๆ เพราะต้องเจอลูกค้าที่หลากหลาย หากถามว่ารู้สึกท้อไหมมันก็มีบ้างที่รู้สึกท้อ แต่จะรีบจัดการตัวเองให้เร็วที่สุดไม่ให้ความท้อแท้มาบั่นทอนจิตใจ เมื่อปัญหาผ่านเข้ามาจะตั้งสติและดึงตัวเองกลับเข้ามา แล้วถกกับตัวเองว่า  อะไรคือต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น  หาสาเหตุให้เจอพยายามยุติปัญหาให้รวดเร็วที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาบานปลาย เรื่องเล็กน้อยถ้ามองข้ามได้ก็จะทำเลย และทุกครั้งที่อุปสรรคปัญหาต่างๆผ่านเข้ามาตัวเราจะเกิดการเรียนรู้จากปัญหานั้นๆ เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาตัวให้ดีมากยิ่งขึ้น การสั่งสมอาจจะเกิดอาการเครียดบ้าง ต้องเรียนรู้หาวิธีระบายให้ตัวเอง โดยจะคิดถึงครอบครัวมาอันดับหนึ่ง อันดับสองคือเพื่อนๆ ส่วนตัวแบ่งเวลาให้ครอบครัวโดยเฉพาะพ่อแม่ และเพื่อนๆเสมอ เพราะรู้ว่าพวกเขาเหล่านี้ คือ ยาชูกำลังที่ดี และช่วยชาร์ตพลังงานชีวิตได้อย่างดีเยี่ยม

เมื่อถามว่าทุกวันนี้ประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วหรือยัง คุณแหม่มอธิบายว่า แบบฉบับความสำเร็จในชีวิตของแต่ละคนใช้เกณฑ์อะไรเป็นมาตรฐานในการชี้วัด บางคนต้องมีเงินในบัญชี9หลัก10หลัก บางคนต้องมีชื่อเสียงในคนหมู่มาก บางคนต้องมีอำนาจในมือ หากใช้มาตรฐานเหล่านี้มาเป็นตัวชี้วัด ตัวเธอเองคงห่างไกลกับความสำเร็จแบบนี้มาก แต่ถ้าถามว่าตอนนี้มีความสุขความพอใจในชีวิตแล้วหรือยัง  สามารถตอบได้อย่างมั่นใจทันทีว่ามีครอบครัวที่อบอุ่น มีชีวิตที่รายล้อมไปด้วยเพื่อนดีๆคนดีๆ สามารถพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการที่เราจะได้รับความรักและความปรารถนาดีจากใครนั้นต้องเริ่มต้นจากตัวเราที่คิดดีปรารถนาดีกับเขาก่อน พลังของการคิดดีทำดีจะดึงดูดคนดีๆ เพื่อนดีๆและความสำเร็จเข้ามาหาเรา ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราเป็นผู้กำหนด ขอเพียงเราทุ่มเทอย่างจริงจัง ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน

แม่ค้ายิ้มเก่งผู้นี้ยังบอกอีกว่า ผู้หญิงที่สวย และเก่ง คือ ผู้หญิงที่มีทัศนคติชีวิตในเชิงบวก รู้คุณค่าในตัวเอง รู้หน้าที่พึ่งพาตนเองได้ และมีความมั่นใจในตัวเอง แต่ยังคงความเป็นกุลสตรีไทย รู้กาลเทศะวางตัวให้พอดี ยิ้มแย้มแจ่มใส รอยยิ้มคือเครื่องประดับที่ง่ายที่สุด ส่วนตัวมองว่า ทุกวันนี้ผู้หญิงหลายคนพยายามสวย และเก่งตามคนอื่นจนลืมความเป็นตัวของตัวเอง ให้ความสำคัญกับการปรุงแต่งความงามภายนอกแต่ละเลยความงามจากภายในจิตใจ ความสวยที่สะท้อนออกมาจึงเป็นความสวยแบบหลอกๆดูไร้เสน่ห์ ความเชื่อมั่นที่แสดงออกชัดเจนจนเกินไป บางทีอาจทำให้บดบังความมีเสน่ห์ของตัวเองได้ ทุกอย่างควรมีความพอดี อยากให้เน้นความสวยที่จิตใจ ถ้าจิตใจเราดีทุกอย่างก็สะท้อนออกมาดี ทั้งหน้าตา ผิวพรรณ แลดูสดชื่นแจ่มใส เป็นที่น่าคบค้าสมาคม ถ้าตัวเราดูแลตัวเองดี คิดดี พูดดี และทำดี สิ่งดีๆจะวิ่งเข้ามาหาเราเอง

คุณแหม่มกล่าวด้วยว่า ทุกวันนี้สังคมที่เปิดกว้างมากขึ้น บทบาทของผู้หญิงจึงมีความทัดเทียมไม่แพ้ผู้ชาย ผู้หญิงมีความสามารถที่หลากหลาย มีความเชื่อมั่นในตนเองและพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น นอกจากนี้บทบาทของผู้หญิงก็เป็นที่ยอมรับมากขึ้นสังเกตจากแวดวงสายงานต่างๆ ผู้หญิงจะมีส่วนร่วมและก้าวมาเป็นผู้นำมากขึ้น สำหรับตัวเธอเองต้องรับหน้าที่หลายบทบาททั้งหน้าที่ภรรยา หน้าที่แม่ และยังต้องดูแลธุรกิจงานของตนเองอีก การจัดการเรื่องเวลาจึงสำคัญมาก หน้าที่ทุกอย่างต้องดำเนินควบคู่กันไปอย่างราบรื่นและลงตัวมากที่สุด ฝึกตั้งเป้าหมายแต่ละวัน แข่งกับตัวเองชนะใครก็ไม่สู้ชนะใจตนเอง เป็นความภูมิใจที่เราสามารถพึ่งตัวเองได้ สำหรับการครองรักครองเรือนสำหรับผู้หญิงที่มีครอบครัวแล้ว คือการให้เกียรติซึ่งกันและกัน  แม้จะรักกันแค่ไหน แต่การใช้ชีวิตร่วมกันต้องมีจุดที่ต่างคนต้องปรับ เพิ่มหรือลด เปิดใจยอมรับข้อดีข้อเสียของกันและกัน แม้จะเป็นคู่ชีวิตกันก็จะพยายามไม่ล้ำ ไม่บงการ  ไม่คาดหวังว่าจะต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ เพราะเมื่อไหร่ที่มีความคาดหวังเกิดขึ้น ความทุกข์ก็จะตามมา ท่องเอาไว้ไม่มีใครในโลกสมบูรณ์แบบอย่างที่ใจเราต้องการ แม้แต่ตัวเราเองก็ไม่ได้เพอร์เฟก ทุกคนล้วนเกิดมาเพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาดหายของกันและกัน เราไม่สามารถเลือกคนที่ดีสมบูรณ์พร้อมได้ แต่เราสามารถเลือกคนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุขได้