ยู่เบื้องหลังคดีสำคัญรับใบประกาศและโล่เกียรติคุณประดับฝีไม้ลายมือไว้มากมาย

...ชำนาญ อุ๋ยสกุล อดีตรองผู้กำกับการ (ปฏิบัติงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร) สำนักงานกำลังพล ผ่านสนามบู๊ที่เต็มไปด้วยควันปืนและกลิ่นคาวเลือดในเมืองหลวงมาอย่างโชกโชน เป็นตำนานนักสืบมือปราบที่หลายคนอาจไม่ได้สัมผัส

เขาเป็นชาวเมืองระนอง วัยประถมศึกษาอยู่โรงเรียนหมิงซินจนถึงชั้นประถม 4 ไปต่อโรงเรียนชาติเฉลิมจนจบชั้นประถม 7 เข้ามัธยมโรงเรียนพิชัยรัตนาคาร ถือเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด กระทั่งจับมัธยมศึกษาปีที่ 3 เข้ากรุงไปเรียนช่างกลไทยสุริยะ เกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 รวมกลุ่มอาชีวะไปร่วมชุมนุมกับธีรยุทธ บุญมี แกนนำนักศึกษาขับไล่รัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร

มีการยิงกันก่อนสลายการชุมนุม เขาต้องหัวซุกหัวซุนหนีขึ้นรถประจำทางสายใต้กลับบ้านเกิด และไม่ได้ไปเรียนต่อ อยู่ระนอง ด้วยความที่พ่อเป็นตำรวจรถไฟเก่าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เปิดธุรกิจบาร์รำวงแห่งเดียวในจังหวัด ได้เข้าไปช่วยคุมบาร์ มีเรื่องเตะต่อยกับตำรวจที่เข้ามาเกเรทะเลาะในร้านประจำ

พ.ต.ท.ชำนาญเล่าว่า พ่อกังวล ถ้ายังใช้ชีวิตอยู่แบบนี้อันตราย ไม่ตายก็ติดคุกแน่เลยส่งไปเป็นสอบโรงเรียนพลตำรวจนครบาล ทั้งไม่เคยคิดเป็นตำรวจ ปรากฏว่าสอบติด บรรจุลงประจำกองกำกับการปราบจลาจล รุ่นเดียวกับวิชัย สังข์ประไพ นาน 2  ปีขยับเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 2 แต่ให้ไปช่วยงานสืบสวน คัดพลตำรวจจากหน่วยปราบจลาจลหน่วยก้านดี แข็งแรง

เจ้าตัวเล่าต่อว่า สมัยนั้นย่านพลับพลาไชยเต็มไปด้วยมาเฟีย ขาใหญ่ แก๊งมังกรจีนเต็มไปหมด ยาเสพติดเยอะมาก กวาดจับจนรู้กิตติศัพท์เราหมด เริ่มต้นเรียนรู้งานสืบสวน อยู่เวรสายตรวจมอเตอร์ไซค์วันไหนออกเวรพักจะออกไปซุ่มดักพวกแก๊งลักรถละแวกโรงหนังศรีกรุง เวลามีหนังดัง ๆ เข้ารถจะหายประจำ เปลี่ยนชุดสายตรวจมาแต่งนอกเครื่องแบบเอาเสื่อไปปูนอนรอจนจับได้

ขณะนั้น พ.ต.ท.จงรักษ์ ศรีรัตน์ เป็นสารวัตรป้องกันปราบปรามเห็นแววเลยให้ไปอยู่ฝ่ายสืบสวนเต็มตัว ออกจากแก๊งเฮโรอีน กระทั่งวันหนึ่งปะทะกับพวกทหารเกณฑ์ที่เข้ามาซื้อเฮโรอีนเอาไปขายในค่ายทหารราบ 11 หลังจากมีสายลับแจ้งข้อมูลมา “ ผมไปดักซุ่ม เป้าหมายแต่งเครื่องแบบมา ซื้อเสร็จแล้วเดินไปจากตลาดน้อย ผมไล่ตามทันถึงหัวลำโพง ตรงสะพานเจริญสวัสดิ์ เรียกขอตรวจค้นเป้ บอกผมเป็นตำรวจ มันก็ผลักผม เพื่อนอีกคนชักปืนเลย ผมยิงสวนไปตายคาเครื่องแบบ”

“นายทหารพระธรรมนูญมาบานเลย  จำได้ว่า ท่านไชยันต์ กุลนิติ เป็นสารวัตรสอบสวน ผมเล่าตามความจริง ผมทำตามหน้าที่ มีผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 เรียกให้ไปพบในค่ายวันรุ่งขึ้น ผมรับปากแล้วแต่งเครื่องแบบขี่มอเตอร์ไซค์เก่า ๆ ไปถึงทหารตั้งแถวรอรับ คิดว่า ฉิบหายแล้วกู ชีวิตกูคงออกไปไม่ได้แล้ว  ท่านนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ผมรายงานตัวว่า มาตามคำสั่งท่าน ตอนแรกท่านบอกว่า พูดเล่น ไม่คิดจะมาจริง ผมว่า ท่านสั่งผมก็ต้องมา ก่อนเล่าเรื่องให้ฟังทั้งหมด”

ต้นสังกัดค้นล็อกเกอร์ผู้ตายพบเฮโรอีนบรรจุใส่หลอดเต็มไปหมด แต่ผู้บังคับการกรมทหารของผู้ตายต่อรองให้เรื่องจบคือช่วยดูแลญาติพี่น้อง พ่อแม่ ค่าทำศพดีกว่า สิบตำรวจโทหนุ่มมือวิสามัญฆาตกรรมทหารเกณฑ์ยินดี แม้มีเงินเดือนบวกเบี้ยเลี้ยงแค่พันกว่าบาท ต้องผ่อนชำระเป็นระยะเวลา 2 เดือนเพื่อความสบายใจของฝ่ายญาติผู้ตาย ทว่าผู้เป็นนายฝั่งตำรวจกลับไม่เหลียวแล กลับจะเอาไปขังด้วยซ้ำ จน พล.ต.ต.อมร ยุกตะนันท์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาลพระนครใต้ทราบแล้วเดินทางมาโรงพักบอก เขาทำตามหน้าที่เอาไปขังได้อย่างไร ต้องปล่อยตัวชั่วคราว จากนั้นทำสำนวนสั่งไม่ฟ้อง เรื่องก็จบ

ทำคดีสำคัญในพื้นที่ตามคำสั่งผู้ใหญ่ กลับไปเรียนจบช่างกลที่ดรอปไว้อีกปี ได้วุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพเทียบชั้นเป็น ส.ต.อ. ต้องโยกไปอยู่แผนกช่าง สถานีตำรวจดับเพลิงลาดยาว เป็นจังหวะสถานการณ์ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ยังคุกรุ่นเป็นพื้นที่สีชมพูแถบจังหวัดระนองบ้านเกิด เขาขอสมัครย้ายไปเป็นผู้บังคับหมู่ สถานีตำรวจภูธรอำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง ทำงานอยู่กับ ร.ต.อ.สุดใจ ญาณรัตน์ หัวหน้าสถานี ทำไปทำมาได้ไปอยู่เป็นชุดปราบปรามมือปืนรับจ้างตำรวจภูธรจังหวัดระนอง

ประจวบเหมาะกับที่ พล.ต.ต.ธนู หอมหวล มือปราบนครบาล กำลังติดตามมือปืนยิงนายเสกสรร สัตยา พระเอกคนดังที่ผันตัวไปเป็นเจ้าของธุรกิจบันเทิง เสียชีวิตคาลานจอดรถที่ประตูน้ำ พ.ต.ท.ชำนาญย้อนเรื่องราวว่า ท่านธนูตามาถึงระนอง ได้เค้ามือปืนเป็นญาติกับพ่อค้าที่นี่ อาจจะมาหลบอยู่ ท่านถามหาตำรวจระนองใครรู้จักกลุ่มพ่อค้าเหล่านี้บ้าง “มีคนแนะนำผม เวลานั้นกำลังจัดมวยอยู่ นายนูให้คนมาตาม ผมก็ตกใจว่า ผมมีเรื่องมีราวอะไรอีก นัดเจอกันโรงแรมจันทร์สมธารา ท่านเรียกไอ้หนู ผมนั่งคุกเข้าที่พื้น ท่านบอก เฮ้ย ขึ้นมานั่งตรงนี้ ผมขาสั่นไปหมด ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไร แต่ชื่อเสียงของนายนู บอกได้เลย ขนาดผมเป็นตำรวจยังกลัว”

คุยกันไม่นาน พ.ต.ท.ชำนาญโล่งใจบอกว่า ท่านธนูเอารูปมือปืนให้ดู ขอแรงช่วยสืบหน่อย เรารับปากช่วย ถ้าได้ข่าวแล้วจะแจ้งไป ใช้เวลาติดตามนานเกือบเดือน มีท่านสมคิด บุญถนอม เป็นสารวัตรสืบสวนใต้คอยประสานข้อมูล ก่อนประสบความสำเร็จตามจับมือปืนได้ในเวลาต่อมา สักพักพอท่านธนูรู้ว่า เคยอยู่นครบาลเลยให้ท่านสมคิดชวนกลับไปช่วยงานที่นครบาลดีกว่า ปรึกษาหารือแฟนแล้วก็ตอบตกลง ไม่ถึง 5 วัน คำสั่งออกเป็นผู้บังคับหมู่สืบสวน สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 2 ตามเดิม

เที่ยวนี้เขายังเข้าร่วมชุดเฉพาะกิจปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ของกองบัญชาการตำรวจนครบาลที่มี พล.ต.ต.ธนู หอมหวล เป็นหัวหน้า หลังจากนั้นนำวุฒินิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยเกริก ไปสอบผ่านการคัดเลือกอบรมเป็นสัญญาบัตร ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองสารวัตรงานส่งกำลังบำรุง ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ไม่ถึง 3 เดือน โดนเรียกตัวไปทำหน้าที่หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติดของจังหวัด โชว์ฟอร์มจับได้เป็นตัวเลขอันดับต้นของหน่วย

ต่อมาเป็นนายเวรผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี แต่ไม่ได้นั่งโต๊ะติดสายขาว ยังคงทำหน้าที่หัวหน้าชุดเฉพาะกิจปราบปรามมือปืนรับจ้างและยาเสพติด วิสามัญฆาตกรรมเอเยนต์ยานรกรายใหญ่รวดเดียว 3 ศพที่สนามกีฬากลางจังหวัดชลบุรี พัวพันผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ถึงขนาดข่มขู่ติดป้ายชื่อเอารูปปืนเอ็ม 16 ชี้มาทางเขา สู้คดีกันยาวนาน 8 ปี

ถึงกระนั้น เป็นนายเวรได้ปีเศษ เขาย้ายกลับเป็นรองสารวัตรธุรการ สถานีตำรวจนครบาลบางรัก ช่วยราชการกองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล 5 เป็นรองสารวัตรกองกำกับการสืบสวนสอบสวนนครบาล 8 ขึ้นสารวัตร(ปฏิบัติงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร)สำนักงานกำลังพล แต่ช่วยราชการกองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล 8 เป็นสารวัตรธุรการ สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาชัย 2 ขึ้น รองผู้กำกับการ (ปฏิบัติงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร) สำนักงานกำลังพล ช่วยราชการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค แล้วไปเกษียณตำแหน่งเดียวกันที่บ้านเกิดจังหวัดระนอง

ประกาศเกียรติคุณและรางวัลในการปฏิบัติหน้าที่ราชการมากมาย ตั้งแต่ ชุดสายตรวจที่มีสถิติการจับกุมสูงสุดจาก พล.ต.ต.วีระศักดิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้บังคับการตำรวจนครบาลพระนครใต้ ประกาศเกียรติคุณร่วมกันจับกุมและยิงต่อสู้คนร้ายจาก พล.ต.ต.ธนู หอมหวล ผู้บังคับการตำรวจนครบาลพระนครใต้   โล่เกียรติคุณผลงานดีเด่นด้านการป้องกันปราบปรามยาเสพติดดีเด่น ประจำปี 2537 จาก พล.ต.อ.ชวลิต ยอดมณี เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

หนังสือชมเชยการปฏิบัติหน้าที่สืบสวนจับกุม 5 คนร้ายคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นจาก พล.ต.ท.วรรณรัตน์ คชรักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หนังสือชมเชยร่วมกันวิสามัญฆาตกรรมคนร้าย 2 ศพคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นจาก พล.ต.ท.อนันต์ ภิรมย์แก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ประกาศชมเชยการปฏิบัติหน้าที่ราชการเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ข้าราชการโดยส่วนรวมจาก พล.ต.ท.อนันต์ ภิรมย์แก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล

รับโล่เกียรติคุณปฏิบัติหน้าที่พิมพ์ด้วยความวิริยะ อุสาหะ สมเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์จาก พล.ต.ต.วัชร เข็มศักดิ์สิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 ประกาศนียบัตรความรับผิดชอบในหน้าที่บังคับใช้กฎหมายจับกุมผู้ต้องหาพิมพ์ธนบัตรสหรัฐอเมริกาปลอม ของกลางแท่นพิมพ์จำนวนหลายรายการจากผู้อำนวยการข่าวกรอง วอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา ประกาศเกียรติคุณปฏิบัติราชการด้วยความวิริยะ อุตสาหะ เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ข้าราชการตำรวจจาก พ.ต.อ.วิชัย สังข์ประไพ ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล 8 และประกาศเกียรติคุณปราบปรามยาเสพติดดีเด่นประจำปี 2547 – 2548 จาก พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

“ชีวิตผมไม่เคยถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย และถูกดำเนินคดีทางอาญาแต่อย่างใด” พ.ต.ท.ชำนาญว่า ประสบการณ์ทำงานตลอดอายุราชการกว่า 40 ปี เจ้าตัวมองมือปราบต่างรุ่นไม่ค่อยมี เพราะขาดคนทำงาน ไม่ค่อยกล้าออกไปเสี่ยง ยิ่งส่วนใหญ่นายสิบตำรวจมีความรู้ระดับปริญญา ต่างจากรุ่นก่อนต้องเอาตัวไปเสี่ยงตลอด นอนเฝ้า ปลอมตัวไปอยู่กับแก๊งเกือบเดือน มีผู้บังคับบัญชาหนุนถึงกล้าลงทุนเอาชีวิตไปเสี่ยงทำงาน ทว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่เอาแล้ว

“สิ่งที่อยากฝากถึงนักสืบรุ่นใหม่ จริง ๆ ก็ไม่ค่อยอะไร เมียผมบอกว่า ปล่อยให้ผุพังไปกับตัวเราเถอะ  แต่ผมรู้สึกว่า จากชีวิตช่างกลที่เกือบจะไม่มีอนาคตแล้ว มาถึงตรงนี้ได้ ผมภูมิใจในการเป็นตำรวจนะ ผมมาจากชั้นพลตำรวจ ได้สอบไต่เต้าขึ้นมาจนเกษียณตำแหน่งรองผู้กำกับ  ชีวิตผมคิดว่า ใช้คุ้มค่าแล้ว ทำงานให้กับสังคมมามาก ทำประโยชน์ให้สังคมมาเยอะแล้ว เกษียณแล้วไม่ได้ร่ำรวยอะไร  ภูมิใจว่า เราได้ทำอะไรเพื่อสังคม ได้ทำหน้าที่ ได้ทำอะไรให้สังคมมันดี โจร ผู้ร้ายที่มันไปรังแกประชาชน ไปฉกชิง วิ่งราว ไปฆ่าแกงชาวบ้าน ตอนเราอยู่ มันต้องเจอกับเรา ผมก็ภูมิใจ บางที ผมจำเป็นต้องเด็ดขาด ไม่มันตาย ก็เราตาย ต้องตาต่อตา ฟันต่อฟัน ไม่งั้นเอาไม่อยู่”   

 “เมื่อก่อน เวลานักข่าวมาถามผมว่า ยิงต่อสู้คนร้ายชื่ออะไรบ้าง ผมไม่อยากเอ่ยชื่อเขา เพราะว่า เขาเกิดมา เขามีหน้าที่ อาชีพการงาน ไม่เหมือนเรา เขาอาจจะหลงผิด หลงทางมา แล้วมาเจอกับเรา แล้วเขาตายไปแล้ว เราไม่เอ่ยชื่อ ผมถือนะ ผมไม่เอา เพราะพวกครอบครัวเขาก็เจ็บปวดพอแล้ว ถ้าเราไประบุชื่อเขาอีก บางครอบครัวผมส่งลูกคนที่ผมวิสามัญฆาตกรรมเรียนหนังสือจนจบปริญญาตรีด้วยซ้ำ” มือปราบรุ่นเก่าเล่าความหลัง

เจ้าตัวย้ำว่า เราทำงาน ทำตามหน้าที่ ไม่ได้มีเรื่องมีราวส่วนตัวอะไรกับคนร้าย เราอาชีพตำรวจ มาเจอผู้ร้ายย่อมอยู่ตรงข้ามกัน เกมก็ต้องว่าไปตามเกม พอเกมจบ เราก็จบ

ชำนาญ อุ๋ยสกุล !!!