เข้าสู่ฤดูกาลแต่งตั้งโยกย้าย บรรยากาศทำลายขวัญ “เขย่าประสาท” เริ่มกลับสู่วังวนของ “ยุทธจักรสีกากี” อีกครั้ง

หลายคนไม่เคยคาดหวังผลงานจะเป็น “เครื่องหมายการันตี” ความอยู่รอดใน “เก้าอี้ตำแหน่ง”

 เวทีที่มีการเดิมพันสูง

วงจรการ “วิ่งเต้น” เข้าหา “เส้นสาย” กลายเป็นความท้าทายในชีวิตผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

แถมลามกระทบไปถึงครอบครัวลูกเมีย

เมื่อพ่อไปทาง แม่ไปทางแล้ว “ลูกน้อย”จะอยู่อย่างไร

บ่อเกิดแห่ง “ความแตกแยก”ของหลายครอบครัว  

ทำให้ทุกคนต้อง “ดิ้นรน” หากวาดภาพความเจริญเติบโตในหน้าที่การงานของอนาคต

ไขว่คว้าหาผู้มีอำนาจเพื่อตีตรา “ปักหมุด” รองรับความแข็งแกร่งของ “ขาเก้าอี้”

อยู่ทำงานมาขวบปีเต็ม ยังต้องเต้นหา “ขั้ว” เพื่อต่อ “ตั๋ว” ต่ออายุตำแหน่ง เพราะการแก่งแย่งแข่งขันกันชิงดีชิงเด่นกันไม่หยุด

คำว่า “เพื่อนพ้องน้องพี่” แทบไม่มีอยู่ในหัว เวลาเผชิญ “สถานการณ์” ร้อนตอนพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี

“แผลเก่า” เรื่องเน่าชนักติดกลางหลังจะถูกนำขึ้นมา “ปั่นฟรีคิก” สกัดขัดขาคู่แข่ง

ถ้ามัวแต่ก้มหน้าก้มตา “บ้างาน” แล้วเนื้องานจะพาให้เจริญก้าวหน้าได้มากน้อยแค่ไหน หากเจอ “ผู้เป็นนาย” บางจำพวก “ใจแล้ง”

 “ผลงานมันคือหน้าที่ หาใช่ความดีความชอบ” ผู้เป็นนายบางคนกล้าพูดใส่ลูกน้อง

ผู้เป็นนายประเภทที่ว่า ไม่ได้เติบโตมาจาก “ขาของตัวเอง” แต่อาศัยเลียแข้งเลียขา สอพลอ “ผู้มีอำนาจ” สร้างโอกาสให้มีคุณค่า ตีราคาด้วย “เงินตรา” เป็น “ค่าเก้าอี้” ที่ไร้ใบเสร็จ ทว่าสำเร็จสมดังคาดหวัง ก่อนได้เวลา “ถอนทุน” แถมเรียกเอากำไรคืนหน้าตัก

ชอบนิยม “สั่งแห้ง” เสแสร้งเป็นคนดี เบื้องหลังกลับตั้งกลุ่มก๊วนส่งลูกน้องเป็น ชุดเฉพาะกิจ เฉพาะเก็บ รีดผู้ประกอบการจาก “ธุรกิจสีเทา” เอาเข้ากระเป๋าของตัวเองเป็น “กองทุน” วิ่งเต้น “ต่ออายุเก้าอี้ทำเลดี”ไปเซ่นสังเวย “ผู้มีอำนาจ” บางกลุ่ม

มะรุมมะตุ้มอยู่บนกองผลประโยชน์ของคราบเขม่าสังคม

องค์กรตำรวจถึงหอมหวนชวนให้ นักการเมืองบางจำพวก อยากกุมบังเหียน “ขยับแส้” ไล่สะกิด

ชนวน “ผลไม้พิษ” ที่สร้างผลผลิต “ผิดฝา ผิดตัว”

“ตีตั๋ว” ขึ้นขบวนรถไฟไม่สนใจความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่องค์กร

สะท้อนบทเรียนน้ำเน่าซ้ำซากจาก “รุ่น” สู่ “รุ่น” จาก “ยุค” สู่ “ยุค”เป็นวังวนไม่รู้จบ

    เสมือนการศึกษา “ภาคบังคับ”

อย่าคิดฝันยืนโดดเดี่ยวด้วยขาตัวเอง !!!