ปิดโครงการพัฒนาประสิทธิภาพของโรงเรียนสืบสวนกองปราบรุ่น 4 เรียบร้อยแล้ว

โมเดลสร้างนักสืบรุ่นใหม่ติดอาร์ม “กองปราบปราม” ที่ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง วาด “พิมพ์เขียว” ไว้ตั้งแต่ตัวเองยังดำรงตำแหน่งผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม

เขาเป็นนักสืบรุ่นใหม่ที่ได้เรียนรู้วิชาสืบสวนสารพัดตำรามาจากทั่วทุกสารทิศ มี “ครูดี” เป็นตำนานมือปราบของหน่วย และวิทยากรจากต่างประเทศ ผสมผสานวิชาการสืบสวนนำไปประยุกต์ใช้ได้ในสถานการณ์จริง

พล.ต.ท.จิรภพมองว่า กองปราบปรามเป็นหน่วยงานที่ได้รับความไว้วางใจให้รับผิดชอบคดีสำคัญ บำบัดทุกข์บำรุงสุข ปราบปรามผู้มีอิทธิพล และสะสางคดีที่มีความสลับซับซ้อนมากมายหลายครั้ง

ปัจจัยหนึ่งที่ผู้บังคับบัญชาเล็งเห็นความสำคัญเป็นอย่างมาก คือการขับเคลื่อนการทำงานโดยการสร้างเครือข่ายของบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถทางด้านสืบสวน มีวิสัยทัศน์ในการทำงาน และเท่าทันเทคโนโลยี

สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายจนประสบความสำเร็จ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์มากมาย

“โรงเรียนสืบสวนกองปราบ ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งบ่มเพาะประสบการณ์อันล้ำค่าของเหล่านักสืบที่จะได้เข้ามาร่วมเรียนรู้เทคนิค และประสบการณ์จากอาจารย์ด้านงานสืบสวนจากทั่วประเทศไทย” พล.ต.ท.จิรภพว่า

โครงการดังกล่าวเริ่มมาตั้งแต่ปี 2560 นายตำรวจหนุ่มเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านงานสืบสวน ถึงได้ผลักดันให้มีการจัดการฝึกอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ในลักษณะ “พี่สู่น้อง”

ภายใต้แคมเปญ “ครูแม่ไก่”

ใช้ห้องประชุมปราศจากศัตรู กองบังคับการปราบปราม เป็นสถานที่อบรม

กลายเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ก้าวสำคัญที่ทำให้เกิดการผลักดันพัฒนาขึ้นมาเป็นหลักสูตรสืบสวนอย่างถาวร

ในนาม “โรงเรียนสืบสวนกองปราบ”

พวกเขาดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องเป็นรุ่นที่ 4  มีกำหนดการอบรมที่กองบังคับการปราบปรามในช่วงวันที่ 13 – 27 กันยายน 2564  เชิญวิทยากรจากทั้งภายในและภายนอกหน่วยที่มีความรู้ ความสามารถเฉพาะทาง และเป็นที่ยอมรับในด้านงานสืบสวนมาให้ความรู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้เข้ารับการอบรมมาโดยตลอด

ไม่ว่าจะเป็นหลักการ เทคนิค และการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการสืบสวน

ตั้งแต่พื้นฐานการสืบสวนจนถึงขั้นตอนการดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมาย

นอกจากการเรียนรู้ในชั้นเรียนแล้ว ยังมีการลงมือฝึกปฏิบัติ case study ในรูปแบบเสมือนจริง เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกเข้าใจลักษณะการทำงานอย่างครบถ้วนตลอดทั้งกระบวนการ

“การเรียนการสอนจะเป็นรูปแบบการถ่ายทอดประสบการณ์จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง เพื่อสร้างเครือข่ายระหว่างนักสืบ มีการแบ่งปันข้อมูล เกิดเป็นความร่วมมือและเพิ่มประสิทธิภาพทั้งในการอบรมและหลังการอบรม” ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางคาดหวังไว้

เขามั่นใจว่าจะสามารถพัฒนาความรู้ความสามารถของตำรวจผู้ปฏิบัติงานสืบสวนของหน่วยต่าง ๆ และประยุกต์ใช้ความรู้ที่ได้รับจากการเรียนไปปรับใช้ในการทำงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สร้าง “นักสืบรุ่นใหม่” ของกองกำลังติดอาร์ม “กองปราบปราม”ให้มีความรู้ความสามารถพร้อมเผชิญผู้มีอิทธิพล และสะสางคดีที่มีความซับซ้อนมากขึ้น  

เป็นหลักสูตรที่มีการคิดค้นขึ้นเป็นพิเศษเพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกได้รับความรู้และประสบการณ์การสืบสวนอย่างสูงสุด