“ตำรวจต้องเป็นที่พึ่งของคนทุกระดับชั้นในสังคม ไม่ว่าจะยากดีมีจนอะไรก็แล้วแต่ ถ้ามีเรื่องเดือดร้อนแล้วนึกถึงเรา ถือว่า เราประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจแล้ว”

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคาดหวังไว้ในวันมอบโยบายการบริหารราชการประจำปีงบประมาณ 2565

ขอบคุณรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บริหารตั้งแต่ระดับกองบัญชาการ กองบังคับการ ผู้กำกับการ รวมถึงเจ้าหน้าที่ในระดับผู้ปฏิบัติที่เสียสละทุ่มเทการทำงานตลอดขวบปีที่ผ่านมา

เจ้าตัวว่า การสร้างตำรวจมีมากกว่าที่เขียนไว้ในตำรา  แล้วตำรวจแบบไหนที่ต้องสร้าง เพราะหน้าที่ที่ทหารทำ ตำรวจก็ทำส่วนหนึ่ง หน้าที่นักปกครองทำ ตำรวจก็ทำด้วย หน้าที่คนในกระบวนการยุติธรรม ตำรวจก็ทำเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์

ที่สำคัญ คือ หน้าที่อะไรที่ไม่มีใครทำ ตำรวจก็ทำ

“ในความเป็นจริง เราไม่ต้องการสร้างตำรวจเป็นนักกฎหมาย ไม่ได้สร้างตำรวจเป็นนักปกครอง ไม่ได้สร้างตำรวจเป็นทหาร แต่เราสร้างตำรวจที่ใช้กฎหมายเป็น เราสร้างตำรวจที่รู้ยุทธวิธีแบบทหาร สร้างตำรวจที่ใช้กฎหมายในเชิงแบบนักปกครองได้”

เพราะฉะนั้นตำรวจต้องเข้าใจตัวเองด้วยว่า ไม่สามารถถือของอย่างเดียวแล้วทำงานตำรวจได้ดี

พล.ต.อ.สุวัฒน์อธิบายความชัดเจนและยอมรับว่า การปกครองกำลังพล 200,000 นายไม่ใช่เรื่องง่ายด้วยเพราะเป็นองค์กรที่ใหญ่ ต้องปรับอะไรหลายเข้าด้วยกันถึงจะขับเคลื่อนนำพากองทัพสีกากีไปสู่ทิศทางที่ดีในอนาคต

“ไม่ว่าใครจะคิดอย่างไรก็ตาม แต่ผมเชื่อว่า คนส่วนใหญ่ของประเทศ ฝากความหวังไว้กับพวกเรา ไม่ได้คาดหวังให้พวกเราทำแค่เรื่องของตัวบทกฎหมาย แต่คาดหวังมากกว่านั้น แม้บางคนจะบ่นด่าตำรวจยังไง ถึงวันที่เดือดร้อนขึ้นมา พวกเขาจะนึกถึงเราเป็นคนแรก”

แม่ทัพปทุมวันอยากให้ทุกคนทำหน้าที่นอกจากดูแลครอบครัว ดูแลเพื่อนร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชาดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาแล้วยังต้องดูแลประชาชน

เป็นเรื่องที่หนัก แต่เป็นหน้าที่ต้องทำ

“วันนี้เป็นการแถลงนโยบายครั้งที่ 2 แล้ว และเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตราชการของผม ปีหน้าผมจะเป็นคนนอกไปเฝ้าดูพวกน้อง ๆทำงาน” นายพลผู้นำหน่วยระบายความรู้สึกพร้อมสารภาพว่า การแต่งตั้งที่ผ่านมา บางคนมีความสุขได้ตามที่คาดหวัง บางคนผิดหวังเสียใจ

เป็นวิถีของการรับราชการ

เจ้าตัวยืนยันว่า พยายามทำให้เกิดความเป็นธรรมให้ได้มากที่สุด รับฟังทุกคนให้ได้มากที่สุด ปีนี้จะเห็นผู้บัญชาการตำแหน่งผู้จัดการ มีทั้งซีรีส์ 3 ปลาย ๆ ซีรีส์ 4  ซีรีส์ 5 (รุ่นนักเรียนนายร้อยตำรวจ) ถือเป็นการผสมผสานระหว่างคนเจเนอเรชันต่อไปกับคนเจนเนอเรชันปัจจุบัน

เขาให้นึกถึงทีมฟุตบอลที่ได้ผู้เล่นหน้าใหม่ที่มีอนาคต มีผู้เล่นที่เก๋าเกมคอยคุมแดนกลาง รู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาวผสมผสานคน 2 รุ่นหรือ 3 รุ่นให้ไปด้วยกันให้ได้ อยากเห็นเด็ก ๆมามีบทบาทในการเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้มากขึ้น

“เราอาจจะเห็นผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติในอนาคตเป็นคนหนุ่ม เพราะโลกในทิศทางมันต้องเป็นอย่างนั้น ขณะเดียวกันต้องมีพื้นที่รองรับให้ผู้ใหญ่ที่ยังเป็นที่ปรึกษาเป็นที่พึ่งให้กับเด็ก ๆได้ แม้ว่า อาจจะไม่ได้รับตำแหน่งสูงสุดในองค์กรก็ตาม”

ขออย่างเดียวต้องสร้างวัฒนธรรมความเป็นพี่เป็นน้อง ความสามัคคีในหมู่คณะ

อะไรที่หมางใจกันต้องจบกันด้วย

“ถ้าเราคุยกันในองค์กรไม่ได้ ไม่มีทางที่เราจะไปคุยกับประชาชนได้ สิ่งอะไรที่ไม่ดีที่ผ่านมาขอให้เป็นบทเรียน ครูที่ดีที่สุดในชีวิต คือ บทเรียนล้มเหลวที่ผ่านมาในอดีต” พล.ต.อ.สุวัฒน์พูดเตือนสติเสมอ

ขอให้ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ทุกคน