ผู้กองอุ้ม...หญิง เศวรัตน์ ปุริสาย รองสารวัตรกองกำกับการ 1 กองบังคับการการกระทำผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา มีพ่อเป็นทนายความ ส่วนแม่เป็นแม่บ้าน เรียนจบโรงเรียนนวมินทราชูทิศ

ความฝันวัยเด็กอยากเป็นอยู่ 2 อย่าง คือ หมอ เพราะรู้สึกว่า แม่กับยายต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อย อยากดูแลรักษา แต่พอเรียนมัธยมเปลี่ยนความคิดอยากเป็นทูต ด้วยความที่ชอบภาษาและวัฒนธรรม ชอบจะเรียนรู้สิ่งใหม่

แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนเมื่อมีข่าวเปิดรับสมัครนักเรียนนายร้อยหญิงรุ่นแรก มองว่า เป็นอะไรที่มีความแปลกใหม่ และท้าทายสำหรับตัวเอง เครื่องแบบตำรวจดูเท่ จบมาแล้วยังมีงานทำ มีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล

ครั้งแรกลองสอบดูแต่ไม่ผ่าน ไปเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ 2 ปีกลับมาสมัครใหม่ คราวนี้ติดเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 68 ยิ่งมีญาติหลายคนรับราชการตำรวจ ทำให้รู้สึกผูกพันมากขึ้น

กระนั้นก็ตาม สมัยเรียนเธอมักคิดว่า การทำงานน่าจะง่ายกว่าการใช้ชีวิตอยู่ข้างในโรงเรียน เราเรียนรู้การบังคับใช้กฎหมาย หรือการที่เราจะต้องได้รับความร่วมมือ ความสะดวก รวดเร็วจากหน่วยงานตัวเอง หรือหน่วยงานอื่นที่ช่วยในการทำงาน รวมถึงในโรงเรียนจะสอนเน้นให้เป็นอุดมคติ ทฤษฎี แม้เป็นการจำลองสถานการณ์สมมติ การฝึกซ้อม ถ้าทำไม่ถูกก็ยังสามารถมีการแก้ไขใหม่ได้ เรียนรู้ ฝึกฝนกันไป

“ปรากฏว่า ชีวิตจริงไม่ได้มีแค่ตามทฤษฎีที่เรียน สถานการณ์ที่เราเจอค่อนข้างแตกต่าง  คำพูด การกระทำทุกอย่างที่ออกมาจากเราครั้งเดียวจะไม่สามารถแก้ไขได้ เมื่อเริ่มออกมาทำงานข้างนอก เจอผู้คนหลากหลายที่มีความคิดคนละแนว เจอคนหลากหลายกว่าในโรงเรียนมาก ทำให้รู้ว่าที่โรงเรียนสอนมาว่า ฝึกความอดทนขั้นสุดแล้ว ข้างนอกสุดกว่า” นายตำรวจสาวบอก

เธอเล่าว่า โรงเรียนนายร้อยตำรวจสอนอะไรหลายอย่างที่ไม่มีอยู่ในมหาวิทยาลัยทั่วไป สำคัญสุด เป็นวิชาสอนให้เรียนรู้นอกเหนือจากที่อื่น คือ การทำงานในสภาวะความกดดัน ความอดทน ความรัก ความอภัย และความสามัคคี

หลังเรียนจบเธอลงบรรจุเป็นรองสารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา ถิ่นเกิด ก่อนขยับเป็นรองสารวัตรที่กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เกี่ยวประสบการณ์หน้างานใหม่ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป

ส่วนคติประจำตัว เธอยึดมาตลอดว่า ท้อได้แต่อย่าถอย