นโลกนี้ไม่มีใครเก่งรอบด้านไปหมดทุกเรื่อง และความเก่งไม่ได้ตัดสินจากฐานะ หน้าที่การงาน และการศึกษา แต่ทุกคนจะมีความเก่งความถนัดเฉพาะตัว บางคนเก่งทฤษฎี บางคนเก่งปฏิบัติ บางคนไม่ได้จบสูง ไม่ได้ทำงานที่เงินเดือนเยอะ แต่สามารถดูแลครอบครัว อยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุข หลายคนจบสูง การงานดี แต่ทำกับข้าวกินเองไม่ได้ ก็ต้องพึ่งคนที่เขาทำกับข้าวเก่ง ทุกคนล้วนต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน เพียงแค่ทุกคนทำความถนัดความสามารถที่มีอยู่ให้เต็มที่ให้ดีที่สุด พร้อมทั้งเรียนรู้พัฒนาเพิ่มเติม ก็เป็นคนเก่งในแบบนั้น ๆ แล้ว และจะได้รับการยอมรับจากคนอื่น ให้คนอื่นมองว่าเราเก่ง ไม่ใช่เราส่องกระจกแล้วบอกกับตัวเองว่าฉันเก่ง” นี่เป็นคำอธิบายคำว่าคนเก่งของ “อาจารย์เก๋ผศ.ดร.ชุติมา เรืองอุตมานันท์ ครูสาวอัธยาศัยดี ประจำภาควิชาการตลาดและธุรกิจระหว่างประเทศ (DBA in Marketing) คณะการบัญชีและการจัดการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.)

เธอเป็นสาวอีสานชอบเรียนเป็นชีวิตจิตใจ จบปริญญาตรีศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาภาษาอังกฤษและบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตอนที่สอบเอนทรานซ์เข้านั้นยังใช้ชื่อว่า มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตมหาสารคาม ก่อนเดินหน้าเก็บเกี่ยวประสบการณ์ข้ามน้ำข้ามทะเลไปสหรัฐอเมริกาศึกษาต่อปริญญาโทวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการตลาดระหว่างประเทศ (M.S. in International Marketing) Haub School of Business, St. Joseph’s University, Philadelphia, PA จากนั้นก็เพิ่มศักยภาพด้านการเรียน ด้วยการสำเร็จระดับปริญญาเอก บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตสาขาการตลาด(DBA in Marketing) พร้อมรางวัล Dorothy L. Harris Leadership Award for Women, School of Management, Alliant International University, San Diego, CA

อาจารย์สาวคนเก่งแห่งรั้วเหลืองเทาบอกว่า จริง ๆ แล้ว ไม่เคยคิดเคยฝันว่าเรียนจบมาจะต้องมาเป็นครูบาอาจารย์สอนหนังสือ เพียงแต่ชอบการเรียน โดยสิ่งที่ชอบและฝันตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้คือ “เชฟทำอาหาร” เพราะเป็นคนชอบทำอาหารมาก ตอนนี้กำลังเดินตามฝันด้วยการเปิดร้านควบคู่ไปกับการทำงานประจำ คือเป็นอาจารย์สอนหนังสือคณะบัญชีที่ มมส. โดยสาเหตุที่ต้องทำให้มาเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่ มมส. ก็เพราะเรื่องเรียน หลังจากที่เรียนจบปริญญาตรี ก็ไปศึกษาต่อปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากทำงานไปด้วยส่งตัวเองเรียนไปด้วย และค่าเรียนก็สูงมาก พอเรียนจบปริญญาโทที่นั้นก็มีความรู้สึกว่ายังไม่อยากกลับ อยากจะเรียนต่อปริญญาเอก แต่ปัญหาคือเรื่องค่าใช้จ่ายที่ต้องเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าตอนเรียนปริญญาโท และทางบ้านก็ส่งไม่ไหว

ทว่าตอนนั้นเธอเป็นบัณฑิตจบจาก มมส. แม้ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศยังคงมีคอนเนคชั่นที่ดีกับคณะอาจารย์ในมหาวิทยาลัย จึงได้เป็นคนคอยประสานงาน ดูแลคณะอาจารย์ของ มมส. ที่ไปศึกษาดูงานในสหรัฐอเมริกา เรียกได้ว่าทำทุกหน้าที่ยิ่งกว่าไกด์ทัวร์ ตั้งแต่ขับรถให้ เป็นล่าม ติดต่อสถานที่ ฯลฯ เสมือนหนึ่งเป็นบุคลากรของ มมส. ไปโดยปริยาย พร้อมกับเปิดรับโอกาสที่จะทำให้ได้เรียนต่อระดับปริญญาเอกที่ยังมีความต้องการเรียนอย่างสูงยิ่ง

“ด้วยการที่เราช่วยเหลือคณะอาจารย์ตอนไปศึกษาดูงานต่าง ๆ ทำให้เข้าตาผู้ใหญ่ ชวนให้กลับมาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย มมส. และมีข้อเสนอทุนศึกษาต่อปริญญาเอก นี่จึงเป็นโอกาส และไม่อาจปฏิเสธได้ จึงคว้าโอกาสนั้นไว้ เพียงเพื่อจะได้ทุนเรียนต่อตามต้องการ อีกอย่างการกลับมาเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่ มมส. ก็ถือว่าเป็นการตอบแทนสถาบันที่เรียนจบมา และไม่ไกลจากบ้านเกิดเมืองนอน เพราะอยู่ในพื้นที่อีสาน ไม่ต้องปรับตัวอะไร จึงกลับมาสอบเข้าตามขั้นตอนทุกกระบวนการ เมื่อบรรจุสอนหนังสือได้สักระยะก็ทำเรื่องขอทุนศึกษาต่อตามที่มุ่งหวัง” เจ้าตัวเล่าเหตุผลที่ได้มาเป็นอาจารย์สอนหนังสือในมหาวิทยาลัยอย่างอารมณ์ดี

แม้การสอนหนังสือให้นิสิต มมส. จะไม่ใช่เป้าหมายชีวิตอย่างที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้น แต่ต้องยอมรับว่าเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับนิสิตได้ดี และมีความภาคภูมิใจในอาชีพที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบัน ยิ่งได้เห็นลูกศิษย์ที่สอนจบออกไปเป็นผู้ใหญ่ที่อนาคตดี เอาตัวรอดในสังคมได้ก็อิ่มเอิบใจมีความสุขไปด้วย  อาจารย์สาวอัธยาศัยดีบอกว่า สิ่งที่สอนให้กับนิสิตไม่ใช่แค่ความรู้ทฤษฎีในหลักสูตร แต่จะแฝงสอดแทรกการดำเนินชีวิต การเอาตัวรอดในสังคมยุคปัจจุบันที่ตัวเองมีประสบการณ์จริงจากการไปเห็นและสัมผัสมาจากทั้งต่างประเทศและในประเทศเสริมให้เหล่าลูกศิษย์นำไปประยุกต์ใช้ หรือปรับตัวให้เข้ากับทุกวันนี้ได้ ที่สำคัญเวลาไปงานหรือไปสถานที่ต่าง ๆ ลูกศิษย์ที่เคยเรียนด้วยก็จดจำได้ เข้ามาทักทาย พร้อมกับบอกว่าสิ่งที่อาจารย์สอนมาใช้ได้จริง เมื่อเห็นความสำเร็จของเขาเราก็ภาคภูมิใจและมีความสุขไปด้วย

  นอกจากนี้อาจารย์สาวยังเล่าปนขำว่า มีคติที่ใช้ตอนเรียนหนังสือ คือ เรียน แรด เริ่ด หมายถึงทำทุกอย่างให้เต็มที่ เรียนก็เรียนให้เต็มที่เอาให้สุด เที่ยวก็ให้มีความสุขสนุกสนาน เฮฮาปาร์ตี้ และเมื่อทำสุดความสามารถทั้งหมดก็จะได้มาซึ่งความเป็นเลิศ แต่ต้องแบ่งเวลาให้เป็น เล่นคือเล่น เรียนคือเรียน ส่วนการมาเป็นอาจารย์สอนหนังสือเชื่อว่าอาจารย์ทุกคนคงเจอ เพราะต้องยอมรับว่าเด็กในปัจจุบันมีความอดทนเอาใจใส่น้อย ยิ่งแล้วเป็นยุคโซเชียลมีเดีย และทุกคนมีสมาร์ทโฟน แม้กระทั่งในห้องเรียนก็ยังเล่น แต่ก็จะไม่ทำตัวเป็น “ครูฝ่ายปกครอง” คอยจ้ำจี้จ้ำไช ปล่อยให้เด็กได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง เพียงแต่เราเติมวิชาการ และแทรกหลักการใช้ชีวิต คนที่ใส่ใจก็ถึงเส้นชัยเร็วหน่อย ซึ่งประสบการณ์ทั้งดีและไม่ดีจะเป็นตัวขัดเกลาพวกเขาเอง

ขณะเดียวกัน สาวโปรไฟล์ดีได้มีมุมมองผู้หญิงสวยและเก่งว่า ก่อนจะสวยต้องสมาร์ท เพราะส่วนตัวไม่อยากให้ใครดูถูกว่า สวยแต่รูป ในหัวไม่มีอะไร คนสวยไม่ใช่คนผิวขาว รูปร่างหน้าดี แต่งตัวดี แต่ใคร ๆ ก็สวยได้ ถ้าเป็นคนมีคุณภาพ มีความสามารถ ฉลาด รู้เท่าทัน เอาตัวรอดในสังคมได้ เมื่อความสมาร์ทมี ความมั่นใจมา บุคลิกภาพ การแต่งตัวก็ตามมา โดยความสวยจะเปล่งออร่าออกมาเอง และจะสวยแบบคุณภาพไม่ใช่แค่หน้าตา สำหรับคนเก่งก็อย่างที่บอกในตอนต้น คือทุกคนมีความเก่งในตัว แต่ละคนมีความเก่งไม่เหมือนกัน ทำเรื่องที่ตัวเองถนัดชำนาญให้ดีที่สุด มีวินัย ศึกษาเรียนรู้พัฒนาเพิ่มเติม ทำตัวให้เป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดเวลา สิ่งไหนไม่รู้ก็ต้องเรียน

  “หลายคนถามว่าจบปริญญาเอกจากเมืองนอก เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย เป็นนักวิชาการ มีงานวิจัยมากมาย หมายถึงประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วใช่หรือไม่ ก็ต้องบอกตามตรงเลยว่ายัง เพราะอยากทำธุรกิจของเราเอง ตั้งบริษัท ซึ่งก็กำลังดำเนินอยู่ พิสูจน์ตรงนี้ว่าทำได้ไหม ทำได้แค่ไหน เมื่อไหร่ที่ธุรกิจร้านกาแฟกับขายอาหารได้ผลลัพธ์ที่ดี นั่นถึงจะพูดได้ว่าประสบความสำเร็จ เพราะเราเอาความรู้ทางวิชาการ เอาประสบการณ์ที่มีอยู่มาดำเนินการ แต่ถ้าเรื่องเรียนก็คือเราถึงที่สุดแล้วตามความตั้งใจ และการได้เป็นอาจารย์มันก็ถือว่าโอเค” อาจารย์เก๋ บอกถึงเป้าหมายที่ต้องทำให้สำเร็จ

เธอบอกว่า ผู้หญิงยุคปัจจุบันกับอดีตมีความแตกต่างกันมาก ทุกวันนี้ผู้หญิงมีความสตรองมาก อยู่ได้ด้วยตัวเอง อยู่กับตัวเองมากขึ้น มีตัวเลือกเยอะ หลายคนการมีครอบครัวไม่ใช่คำตอบสุดท้าย และมีอีกไม่น้อยที่ไม่ประสบความสำเร็จในครอบครัว แต่ล้มแล้วลุกขึ้นเร็ว และมูฟออน สมัยก่อนผู้หญิง คือ เรียนจบ หางาน มีแฟน แต่งงานมีครอบครัว มีลูก หรือเป็นความต้องการของพ่อแม่ด้วย ส่วนตัวก็เคยคิดแบบนั้น แต่ตอนนี้ไม่แล้ว ทุกวันนี้ก็ยังโสด มีความสุขกับชีวิตดี ยังทำอะไรได้อีกเยอะ