ใช้เวลากว่า 46 วันในการตามรอยไล่ล่าวายร้ายที่สร้างความตื่นตระหนกกับชาวโคราช

หลังจากเมื่อคืนวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 ต่อเนื่องวันที่ 1 ธันวาคม 2564 ห้วงระยะเวลา 3 ชั่วโมงเศษแห่งความทุกข์ทรมานของนักเรียนหญิงมัธยมแห่งหนึ่ง

โจรหื่นบุกปีนหอพักโรงเรียนแอบเข้าไปในห้องลวนลามอนาจารเธอขณะกำลังนอนหลับ ใช้กรรไกรตัดขากางเกงแล้วเอามือลูบคลำอวัยวะเพศ ก่อนขโมยทรัพย์สินหลบหนี

โชคดีที่มันไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น

ต่อมากลางดึกวันที่ 13 ธันวาคม 2564 เหตุการณ์ซ้ำรอยเก่าเกิดขึ้นกับเด็กนักเรียนหญิงชั้นมัธยมอีกคนในพฤติกรรมลักษณะเดียวกัน

ทำเอาผู้ปกครอง นักเรียน ตลอดจนคณะครูอาจารย์ผู้บริหารของโรงเรียนกลางเมืองนครราชสีมาหวาดผวาเป็นอย่างมาก

ความปลอดภัยอยู่ตรงไหน ตำรวจจะช่วยปัดเป่าได้หรือเปล่า

พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ไม่ได้นิ่งนอนใจ มอบหมาย พล.ต.ต.ภาณุ บุรณศิริ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 นำทีม พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ ผู้บังคับการสืบสวนสบอสวนตำรวจภูธรภาค 3 พ.ต.อ.สุคนธ์ ศรีอรุณ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 นำทีม “นักสืบภูธรอีสานใต้” ประสานข้อมูล  พล.ต.ต.พรชัย นลวชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พ.ต.อ.ถิรเดช จันทร์ลาด ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และ พ.ต.อ.นาวิน ธีระวิทย์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง ท้องที่เกิดเหตุ

เริ่มต้นเก็บภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุและเส้นทางที่คนร้ายเข้ามาก่อเหตุและหลบหนี จนได้ตำหนิรูปพรรณของคนร้าย สูงประมาณ 180 เซนติเมตร สวมเสื้อแขนยาวสีเข้มมีแถบข้างด้านซ้าย กางเกงขายาว และมีผ้าคลุมหัวลักษณะคล้ายช่างเชื่อมที่นำเสื้อยืดมามัดคลุมหัวเป็น “ไอ้โม่ง” อำพรางตัว

ใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า คลิก-ไอ   สีชมพู-ดำ เป็นพาหนะ

คดีดูเหมือนง่าย แต่ไม่ง่ายเหมือน “ปอกกล้วยเข้าปาก”

ทีมสืบสวนภูธรภาค 3 และกองกำกับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดนครราชสีมากลับมานั่งประชุมวิเคราะห์แผนประทุษกรรมคนร้ายในช่วงเวลาลงมือทั้ง 2 ครั้ง เชื่อว่า คนร้ายมีเจตนาล่วงละเมิดทางเพศ กระทำอนาจารมากกว่าประสงค์ต่อทรัพย์

วันที่เกิดเหตุที่ไม่ห่างกันมาก น่าจะเป็นคนในพื้นที่ที่ไม่ห่างจากจุดเกิดเหตุ

กระนั้นก็ตาม ทีมสืบสวนเลือกเอาข้อมูลประวัติ บุคคลพ้นโทษ ที่มีพฤติกรรมผู้เคยกระทำความผิดข้อหาเกี่ยวกับเพศมากางในที่ประชุม

คัดแยกผู้ต้องสงสัยจากตำหนิรูปพรรณส่วนสูงของคนร้ายรายนี้ประมาณ 180 เซนติเมตรและเคยมีพฤติการณ์คล้ายกับที่ก่อเหตุกับนักเรียนมัธยมหญิงเหยื่อรายล่าสุด

ประสานข้อมูลเชิงลึกกับสถานีตำรวจภูธรท้องที่ใกล้เคียงที่รัศมีระยะการเดินทางของคนร้ายจากการไล่กล้องวงจรปิดแล้วหายไป

เป็นระยะเวลา 46 วันท่ามกลางความกดดันที่ต้องเร่งปิดฉาก เรียกคืนความเชื่อมั่นแก่ชาวเมืองโคราช

กระทั่งพบผู้ต้องสงสัย ชื่อ นายธงชัย หรือ โก้ พันชนะ อายุ 32 ปี อยู่เลขที่107 หมู่ 2 ตำบลห้วยบง อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เคยถูกดำเนินคดีในท้องที่สถานีตำรวจภูธรเทพารักษ์ จังหวัดนครราชสีมา  

ข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราและบุกรุกเคหะสถานในเวลากลางคืน

พ้นโทษออกจากเรือนจำสีคิ้วเมื่อปี 2562

ปัจจุบันไปมีภรรยาและพักอาศัยอยู่ในบ้านเลขที่ 331 หมู่ 4 ตำบลมะเกลือเก่า  อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 28 กิโลเมตร

มีส่วนสูง 180 เซ็นติเมตรใกล้เคียงกับคนร้ายที่ก่อเหตุ

ที่สำคัญ ใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า คลิก-ไอ สีชมพู-ดำ ทะเบียน งวด 895 นครราชสีมา เคยประกอบอาชีพช่างเชื่อมเหล็ก มักชอบใช้เสื้อยืดมันเป็นผ้าคลุมหัว

สอดคล้องข้อมูลสายลับที่ส่งไปตามชีวิตประจำวันยืนยันเห็นเสื้อคลุมแขนยาวตัวที่มีลักษณะคล้ายกับคนร้ายที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด    

ข้อมูลน้ำหนักพยานหลักฐานชัดเจนส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง รวบรวมขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดนครราชสีมา ที่ 17/2565 ลงวันที่ 16 มกราคม 2565 และ หมายจับศาลจังหวัด

นครราชสีมา ที่ 18/2565 ลงวันที่16 มกราคม 2565 ในข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นโดยประการใดๆ ,บุกรุกเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นด้วยประการใดๆ และทำอนาจาร”

บุกเข้าจับกุมบริเวณหน้าในอำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา

วายร้ายหื่นสารภาพไม่สะทกสะท้านถึงมูลเหตุจูงใจจากคลิปวิดีโอลามกเด็กญี่ปุ่นทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศ ขี่รถจักรยานยนต์ไปลงมือก่อเหตุบำบัดความใคร่จากที่เคยเดินทางผ่านโรงเรียน เห็นมีเด็กนักเรียนหญิง พักอยู่ในหอพักโรงเรียน ก่อนปีนกำแพงด้านหลังขึ้นไปกลางดึก

พฤติกรรมคล้ายเดิมกับสันดานเก่า

ระยะเวลาประมาณ 46 วัน พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ระบุว่า ตำรวจทำงานหนักมาตลอดจนจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี เป็นผลจากความร่วมมือของประชาชน หน่วยงานเอกชนที่ยินยอมให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด  รวมถึงการแจ้งเบาะแสของคนร้าย หรือบุคคลที่มีพฤติกรรมก่อเหตุเดียวกัน และฐานข้อมูลจากระบบสารสนเทศของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ทว่าเรื่องราวไม่ได้จบแค่นั้น

เพราะเป็นอุทาหรณ์สอนบทเรียนซ้ำซากของ “บุคคลพ้นโทษ” ที่มีพฤติกรรมทางเพศซ้ำซากเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมืองปะปนอยู่กับสุจริตชน เพื่อกระตุ้นให้ทุกฝ่ายเกี่ยวข้องหันมาให้ความสำคัญ

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ต้องขึ้น “บัญชีดำ”เฝ้าระวังบุคคลเหล่านี้