เข้าโค้งใกล้เส้นตายที่ต้องเสนอชื่อผู้จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่แทน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ที่ต้องเกษียณอายุราชการปลายเดือนกันยายน 2565

ผู้เข้าชิงเก้าอี้มีอยู่เพียงแค่ 3 คน ประกอบด้วย พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ นักเรียนนอก เข้ามาเป็นนักเรียนนายร้อยอบรม นายเวรเก่า พล.ต.อ.พงษ์อำมาตย์ อมาตยกุล อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 38 นายเวรเก่า พล.ต.อ.สมชาย วาณิชเสนี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 40  โปรไฟล์บู๊บุ๋นครบเครื่อง

ชื่อชั้นแต่ละคนไม่ธรรมดา สูสีตีคู่เบียดกันสนุก

มีเพียงคนเดียวจะคว้าชิ้นปลามันกับ “บัลลังก์สูงสุด” ของสำนักปทุมวัน

ขึ้นอยู่กับบุญพาวาสนาส่ง

ถามใจ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แม่ทัพที่นับถอยหลังวัน “ถอดหัวโขน” จะเลือกใครน่าหนักใจพอสมควร

เนื่องจากแคนดิเดตทั้ง 3 คน ทำงานตามที่ได้รับมอบหมายอย่างไม่มีข้อบกพร่อง

เด่นกันไปคนละแบบ คนละสไตล์

ปัจจัยในการตัดสินอาจขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของบ้านเมืองว่า “ผู้กุมอำนาจ” ตัวจริงจะเลือก “ว่าที่แม่ทัพสีกากี” คนไหนไว้ใช้งานในอนาคต

ราวกับสถานการณ์บ้านเมืองกำหนด “จดแต้ม” หาคะแนนชั่งน้ำหนักผู้จะมาทำหน้าที่ขับเคลื่อนองค์กรพิทักษ์สันติราษฎร์

จะสอบผ่านเหมือน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข หรือไม่

นักข่าวยิงคำถาม พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ในวันที่ไปเป็นประธานพิธีเปิดอาคารพิทักษ์สันติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถึงประเด็นการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่

เจ้าตัวตอบแบบตรงไปตรงมาไม่มีอ้อมค้อมว่า ยังไม่มีการกำหนดวันประชุมคณะกรรมการนโยบายตํารวจแห่งชาติ  แต่ในกระบวนการแต่งตั้งได้เริ่มดำเนินการแล้ว

คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคม

ทว่ายังไม่มีการกำหนดวันเวลาที่ชัดเจน

ส่วนผู้ที่เข้าหลักเกณฑ์ พล.ต.อ.สุวัฒน์ว่า ตามกติกาต้องแต่งตั้งจากรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือเทียบเท่า คือ จเรตำรวจแห่งชาติ เท่าที่ทราบนั้นมีจำนวน 3 ท่าน

“แต่จะเป็นท่านใดผู้สื่อข่าวคงทราบกันอยู่แล้ว” แม่ทัพตำรวจแย้ม

หลังจากนี้เขาบอกว่า ต้องปรึกษาหารือ ที่ตัวเองมีแนวทางอยู่แล้ว ผู้ที่เข้าหลักเกณฑ์ทุกท่านมีความรู้ความสามารถ ตามหลักการแต่งตั้งแล้วต้องมีเวลาสำหรับขั้นตอนต่อไป ดังนั้นควรจะเสนอภายในเดือนสิงหาคม

“ผมไม่หนักใจแต่อย่างใด เพราะผู้ที่เข้าหลักเกณฑ์เป็นผู้ที่มีความสามารถทุกท่าน แต่ตำแหน่งมีเพียงตำแหน่งเดียว ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสม” พล.ต.อ.สุวัฒน์ตอบเพียงสั้น ๆ

อยู่ที่รายชื่อนั้นจะโดนใครโดนใจตำรวจทั้งกองทัพแค่ไหน