ต้องเป็นกระโถนรองรับอารมณ์สังคมยุคโซเชียลอีกนานเท่าใด

หรือเพราะเป็นอาชีพ “ต้องคำสาป” อย่างที่ว่ากันติดปาก

“ตำรวจอยู่ไหน ทำไมไม่มาระงับเหตุ”

จากเหตุยิงถล่มกันหน้าลานจอดรถห้างบิ๊กซี กลางเมืองอุบลราชธานี กลายเป็นเทรนด์ฮิตติดชาร์ตทวิตเตอร์ไปในเวลาอันรวดเร็วในพฤติกรรมอุกอาจป่าเถื่อน ไม่สนขื่อแปบ้านเมือง มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตกันทั้งสองฝ่าย

“ตำรวจมักมาตอนลิเกเลิกตามแบบฉบับหนังไทย” ชาวบ้านเย้ยหยัน

“ผมไม่ใช่ซูเปอร์แมน ยิงไม่เข้านะ” ฝ่ายตำรวจอยากระบาย “กระสุนมันไม่มีตา ใครจะกล้าไปเสี่ยง”

แม้จะเป็นหน้าที่ บางทีไม่อาจเลี่ยงเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมรอบข้าง หวังต้องการตำรวจ “เป็นที่พึ่ง” ให้อบอุ่นอุ่นใจให้สมกับคำว่า “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” 

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถึงกับต้องบินด่วนลงพื้นที่เรียกประชุม พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อซักไซ้ไล่เรียงไทม์ไลน์ทั้งหมด

เหตุใดถึงบ้านปลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน ไม่มีแผนป้องกันเหตุ

ต้องหันมาทบทวนยุทธวิธีและแผนป้องกันปราบปรามกันใหม่

ผลสุดท้าย พ้นพิษเด้ง พ.ต.อ.อดิเทพ พิซาดุลย์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม

น่าเห็นใจ “กระโถนสีกากี”

ประมวลเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเพียงปลายเหตุที่ “ปฐมบท” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตำรวจ

อาวุธปืนเกลื่อนกลาดเอามาสาดกระสุนใส่กันกลางเมืองใครเป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับการขอใบอนุญาต

“ฝ่ายปกครอง” ไม่ใช่หรือ

เช่นเดียวกับ สถานบริการในต่างจังหวัด ผู้รับผิดชอบ เรื่องใบอนุญาต เรื่องการควบคุม คือ “ฝ่ายปกครอง”

ตำรวจทำหน้าที่เพียงกวดขัน แต่ไม่อาจ “สั่งปิดตาย” ถึงได้เป็นปัญหาถูกด่าเรื่อยไปเวลามีเหตุร้ายเกิดขึ้น

แม้ว่า นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครองจะสร้าง บรรทัดฐานใหม่ ด้วยการออกคำสั่งเด้ง ว่าที่ พ.ต. ชาติชาย ศรีโพธิ์อ่อน นายอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ไปช่วยราชการที่กรมการปกครอง มอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ ที่วิทยาลัยการปกครอง เป็นการประจำ

หลังเหตุการณ์เพลิงนรก “เมาท์เท้นบีผับ” ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ทำนักท่องราตรีดับ 14 ราย เจ็บ 35 ราย

กระนั้นก็ตาม ฝ่ายตำรวจก็หนีไม่ออกอีกตามเคย 

พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ กิจจาหาญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรี มีหนังสือที่ 313/2565ให้ พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ สมใจ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพลูตาหลวง พ.ต.ท.สมศักดิ์ รู้ยิ่ง รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรพลูตาหลวง พ.ต.ท.ต่อวงศ์ ศักดิ์กุลวงศ์ รองผู้กำกับการสืบสวน สถานีตำรวจภูธรพลูตาหลวง พ.ต.ต.สมญา ชูสุขพลเยี่ยม สารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรพลูตาหลวง และ พ.ต.ต.ยุทธนา สงกระสันต์  สารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจภูธรพลูตาหลวง

ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม

ก้มหน้ารับชะตากรรม