พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ กิจจาหาญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี อำนวยการให้ พ.ต.อ.กฤตยา เลาประสพวัฒนา รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 พ.ต.อ.วราวุธ เจริญชนม์ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 พ.ต.อ.สหัส ใจเย็น รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 พ.ต.อ.มาโนต หวังสู้ศึก ผู้กำกับการสืบสวน 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี กุดแถลง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านบึง จังหวัดพ.ต.อ.ศานติ กรเกษม ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2

นำกำลัง ประกอบด้วย พ.ต.ท.ประจักษ์พงษ์ สุริยา รองผู้กำกับการสืบสวน 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 พ.ต.ท.นรามินธร์ เทพจักรินทร์ รองผู้กำกับการสืบสวน 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 พ.ต.ต.เอกกร วรรณทอง สารวัตรกองกำกับการสืบสวน 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 พ.ต.ต.คณิตนนท์ ถนอมศรี สารวัตรกองกำกับการสืบสวน 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 พ.ต.ต.อสวรรธน์ ศิระเวรินทร์ สารวัตรกองกำกับการสืบสวน 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ร.ต.อ.สุธีร์ ณ พัทลุง รองสารวัตรกองกำกับการสืบสวน 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ร.ต.อ.มนตรี บุญเมือง รองสารวัตรกองกำกับการสืบสวน 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ร.ต.ท.ปัญญา กล้าหาญ รองสารวัตรกองกำกับการสืบสวน 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2บูรณาการกำลัง พ.ต.ท.ชัยณรงค์ จิตต์สุนทร สารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจภูธรบ้านบึง จังหวัดชลบุรี  พ.ต.ต.สุวินัย กุ้ยบำรุง สารวัตรกองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี  ร.ต.อ.อุเทน พินิจลึก รองสารวัตรกองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี กับพวก

จับกุม นายจตุพล บุญมีสนม อายุ 27 ปี ที่อยู่ 78/3หมู่ 2 ตำบลหนองรี อำเภอเมืองชลบุรี และน.ส.ประภาภรณ์ บุญมีสนม อายุ 29 ปี พี่สาว ที่อยู่ 6 หมู่ที่ 8 ตำบลลาดตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เงินสด 3,263,500 บาท โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ หัวเหว่ย รุ่น โนวา 9 เอสอี สีเทา-ดำ จำนวน 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ วีโว่ รุ่น วี 21 สีฟ้า จำนวน 1 เครื่อง กล่าวหาว่า “ร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อการกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจฯ” จับกุมได้หน้าห้องพักเลขที่ 112 ชั้น 1 หอพัก ถนนพชรเกษม 35/1 แขวง บางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์จับกุม กล่าวคือ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2565 เวลาประมาณ 11.55 น. ขณะนายกฤษชพัฒน์ คนขับรถ และ น.ส.ประภาภรณ์ บุญมีสนม พนักงานบัญชีของ บริษัท พีเจ ชลบุรี พาราวูด จำกัด ทำธุรกิจเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์ ได้มาเบิกเงินที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาบ้านบึง จำนวน 3,500,000 บาท  แบ่งใส่กระเป๋าเป้ 3,460,000 บาท นายกฤษชพัฒน์เป็นผู้ถือ และใส่กระเป๋าสะพาย 40,000 บาท ที่ น.ส.ประภาภรณ์เป็นผู้ถือ ทั้งสองคนได้นำเงินเดินไปที่จอดรถที่อยู่ด้านหลังธนาคาร ขณะที่อยู่บนรถได้มีคนร้ายเป็นชายสวมชุดไรเดอร์ส่งอาหาร 1 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดข้างรถแล้วเอาอาวุธปืนออกมาข่มขู่และชกต่อย นายกฤษชพัฒน์พร้อมกับด่าว่าเป็นชู้กับเมียคนร้าย นายกฤษชพัฒน์ลงจากรถแล้ววิ่งหลบหนีไป คนร้ายฉวยหยิบเอากระเป๋าเป้ซึ่งมีเงิน 3,460,000 บาทที่วางอยู่บนรถ ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าพนักงานตำรวจสืบสวนจนพบรถจักรยานยนต์ของคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุ ถูกนำไปจอดทิ้งไว้ในป่าข้างถนน าผู้ครอบครองรถคือ นายจตุพล บุญมีสนม น้องชายแท้ๆ ของ น.ส.ประภาภรณ์ พนักงานบัญชีบริษัทผู้เสียหาย ทำให้เชื่อว่า ทั้งคู่มีส่วนรู้เห็นในการวางแผนก่อเหตุชิงเงินบริษัท ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขอออกหมายจับต่อศาลจังหวัดชลบุรี แล้วติดตามควบคุมตัวที่หอพัก แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร พร้อมเงินสดที่ได้จากการกระทำความผิด 3,263,500 บาท สอบสวนน.ส.ประภาภรณ์ยอมรับว่า รู้เห็นกับน้องชายที่มาก่อเหตุชิงทรัพย์ เหตุผลเพราะต้องการช่วยเหลือน้องชายหาเงินใช้หนี้ไฟแนนซ์รถอยู่ และต้องการเงินไปสร้างเนื้อสร้างตัวกัน

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 กล่าวว่า คดีนี้คนร้ายลงมืออุกอาจตอนกลางวัน มีการออกอุบายเป็นคดีที่สนใจของประชาชน มีการบูรณาการกำลังฝ่ายสืบสวนของตำรวจภูธรภาค 2 จนสามารถติดตามจับกุมคนร้ายทั้งหมดได้ พร้อมด้วยเงินสดของกลาง กระทั่งได้ภาพจากกล้องวงจรปิด ตามโครงการ Smart Safety Zone 4.0 ของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ในการสืบสวนหาตัวคนร้ายใช้เวลาเพียง 1 วัน ผู้ต้องหาทั้ง 2 มีมูลเหตุจูงใจ เพราะอยากได้เงินไปก่อร่างสร้างตัวในวิธีการผิดๆ  ต้องหมดอนาคต ทั้งที่ไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดมาก่อน