ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก “เปลี่ยนมือ” แม่ทัพเป็น พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย นั่งเก้าอี้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2  มีการบ้านต้อง “ปัดกวาด” ไม่เว้นวัน

ไม่นับคดีอาชญากรรมที่พุ่งพรวดเป็น “ดอกเห็ด” ยังมีเรื่องมีราวเกี่ยวกับอิทธิพล “ธุรกิจสีเทา” กลับเข้ามาเริงร่า  “เบ่งบาน” หลังจาก “ซบเซา” กันไปพักใหญ่ในยุค พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้นำคนเก่าคุมบังเหียน

กระนั้นก็ตาม ไม่เลวร้ายเท่ากับความด่างพร้อยต้อง “มลทิน” ของคนในเครื่องแบบ

 กลายเป็น “พิษร้าย” ระบาดลุกลามกระโจนใส่นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ระดับ “นายพล” ของหน่วย

ผลพวงจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ “หมายหัว” แก๊งทวงหนี้จากฟากถนนพระราม 2 ข้ามไปบุกพูลวิลล่าหรูบนหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ทำร้ายคู่กรณีบาดเจ็บชนิดไม่เกรงกลัวกฎหมาย

ผู้ก่อเหตุทยอยเข้ามอบตัว กลับมีการจ้าง “แพะ” สมอ้างเป็นผู้กระทำความผิดแทน

ทำไปทำมา พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เจอ “หางเลข” ถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้องเรียกรับสินบนถึง 1 ล้านบาท

แลกกับฉากเปลี่ยนบทผู้เล่นในตะราง

ส่งผลให้ถูกแจ้งความดำเนินคดีตามมาตรา 149 เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ มาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และมาตรา 200 เป็นเจ้าพนักงานฝ่ายสืบสวนสอบสวนช่วยเหลือไม่ให้ผู้กระทำผิดต้องรับโทษ

ก่อนโดนคำสั่ง “เด้งเข้ากรุ” ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 2 ด้วยข้อกล่าวหา “วินัยร้ายแรง”         

ทว่าเรื่องราวไม่ได้จบลงเพียงเท่านี้

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่กำลังอยู่ในช่วงลุยทำแต้ม “ดมกลิ่น” พบผู้ร่วมกระทำความผิดในเครื่องแบบ “เลือดสีเดียวกัน” เพิ่มเติม อ้างตามคำให้การซัดทอดของ พ.ต.ท.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี

มีนายตำรวจยศ “นายพล” เกี่ยวข้องกับเกมต่อรอง “สินบน” นับล้านด้วย

ร้อนถึง พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ต้องตั้งกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงหาข้อบกพร่อง พล.ต.ต. ที่ถูกกล่าวหาร้ายแรง

เบื้องต้นเตรียมเรียกมาปฏิบัติราชการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 2 เซ่น “สังเวยมลทิน” อีกราย

ท่ามกลางข้อกังขา “นายพลภาคตะวันออก” ท่านนี้คือ ใคร

คงต้องถามเพื่อนใกล้ชิดร่วมรุ่นกับพฤติกรรมถูกร้องเรียนซ้ำซากตั้งแต่ยังเป็น “นายตำรวจหนุ่มนอกเครื่องแบบ”

อาศัยแนบชิด “นักการเมืองใหญ่” ทำให้รอดปลอด “พงหนาม” พ้นวิบากกรรมข้ามมานั่งคุมทัพ “ชายหาดอ่าวไทย” ไม่ใกล้ไม่ไกลเมืองหลวง

กระทั่งติดบ่วงพ่วงพิษสินบน